แชร์

เทคนิคการเลือก “โปรตีนจากปลา” ให้ได้ประโยชน์สูงและปลอดภัย

อัพเดทล่าสุด: 1 ก.ย. 2026
6 ผู้เข้าชม

โปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายต้องใช้ในการสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ เอนไซม์ ฮอร์โมน และระบบภูมิคุ้มกัน ปลาเป็นหนึ่งในแหล่งโปรตีนคุณภาพดี อีกทั้งปลาหลายชนิดยังมีไขมันอิ่มตัวไม่สูงเมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์ติดมัน



ดังนั้น การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพจึงไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงโปรตีนทั้งหมด แต่ควรเลือกแหล่งโปรตีนที่เหมาะสม รับประทานในปริมาณพอดี และปรุงอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ

ปลาทะเลดีกว่าปลาน้ำจืดจริงหรือไม่?

ปลาทะเลหลายชนิด โดยเฉพาะปลาที่มีไขมัน เช่น ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล ปลาซาร์ดีน และปลาเฮร์ริง เป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า-3 ชนิด EPA และ DHA ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานตามปกติของหัวใจ สมอง และระบบต่าง ๆ ของร่างกาย

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่าปลาทะเลดีกว่าปลาน้ำจืดทุกชนิด เพราะคุณค่าทางโภชนาการขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ อาหารที่ปลาได้รับ แหล่งน้ำ วิธีการเลี้ยง การเก็บรักษา และวิธีปรุง ปลาน้ำจืดที่ได้มาตรฐานก็เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีและมีคุณค่าต่อสุขภาพได้เช่นกัน

ข้อมูลจาก Harvard ระบุว่า อาหารจากสัตว์น้ำมีโอเมก้า-3 ในปริมาณแตกต่างกัน โดยพบมากเป็นพิเศษในเนื้อเยื่อไขมันของปลาที่มีไขมันสูง ไม่ได้พิจารณาจากความลึกของแหล่งน้ำเพียงอย่างเดียว
แหล่งข้อมูล: Harvard T.H. Chan School of Public Health

เลือกปลาอย่างไรให้ปลอดภัย?

เลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้
ควรเลือกปลาจากร้าน ตลาด หรือผู้ผลิตที่มีมาตรฐาน สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ และมีการเก็บรักษาภายใต้อุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ควรเลือกปลาจากแหล่งน้ำที่มีคำเตือนเรื่องมลพิษหรือการปนเปื้อน

ไม่ตัดสินความสะอาดจากคำว่า “น้ำลึก” เพียงอย่างเดียว
ปลาในแหล่งน้ำลึกไม่ได้หมายความว่าจะสะอาดหรือปลอดภัยกว่าทุกกรณี สารปนเปื้อนบางชนิดสามารถสะสมในปลาและเพิ่มขึ้นตามห่วงโซ่อาหาร โดยเฉพาะปลานักล่าขนาดใหญ่และมีอายุยืน จึงควรเลือกปลาหลากหลายชนิดและติดตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สังเกตความสดก่อนซื้อ
ปลาสดควรมีตาใส เหงือกสีแดงหรือชมพู เนื้อแน่น กดแล้วคืนตัว เกล็ดติดกับลำตัว และไม่มีกลิ่นผิดปกติ หากเป็นปลาแช่แข็ง บรรจุภัณฑ์ควรสมบูรณ์ ไม่มีรอยฉีกขาด และไม่พบเกล็ดน้ำแข็งจำนวนมากผิดปกติ

เลือกรับประทานปลาให้หลากหลาย
การสลับชนิดปลาแทนการรับประทานปลาชนิดเดิมซ้ำ ๆ ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลาย และลดโอกาสได้รับสารปนเปื้อนจากปลาชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินไป

เลือกวิธีปรุงที่ดีต่อสุขภาพ
ควรใช้วิธีต้ม นึ่ง อบ หรือย่าง แทนการทอดด้วยน้ำมันมาก ๆ ลดการเติมเกลือ น้ำปลา และซอสปรุงรส โดยเฉพาะผู้ที่มีความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหัวใจ หรือจำเป็นต้องควบคุมโซเดียม

ทำไมปลาที่มีไขมันจึงเป็นแหล่งโอเมก้า-3 ที่น่าสนใจ?

ปลาที่มีไขมันหลายชนิดสามารถให้ EPA และ DHA ได้ดี ตัวอย่างเช่น ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล ปลาซาร์ดีน ปลาเฮร์ริง และปลาทูน่าบางชนิด กรดไขมันเหล่านี้เป็นองค์ประกอบสำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์และเกี่ยวข้องกับการทำงานของร่างกายหลายระบบ

อย่างไรก็ตาม ปริมาณโอเมก้า-3 ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการที่ปลาอาศัยอยู่ในน้ำเย็นหรือน้ำลึกเพียงอย่างเดียว แต่แตกต่างกันตามชนิดของปลาและปัจจัยด้านการเลี้ยงดู ดังนั้น หากต้องการเพิ่มโอเมก้า-3 ควรพิจารณาชนิดปลาและข้อมูลโภชนาการควบคู่กัน

ระวังสารปรอทในปลาบางชนิด

ปลาเกือบทุกชนิดอาจมีสารปรอทในระดับเล็กน้อย แต่ปลาขนาดใหญ่ที่มีอายุยืนและกินปลาชนิดอื่นเป็นอาหารอาจสะสมสารปรอทได้มากกว่า กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ หญิงวางแผนตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และเด็กเล็ก ควรเลือกปลาที่มีสารปรอทต่ำและรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ตามคำแนะนำของแพทย์


บทความที่เกี่ยวข้อง
พฤติกรรมการกินแบบไหน? อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งโดยไม่รู้ตัว
โรคมะเร็งไม่ได้เกิดจากอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งพันธุกรรม พฤติกรรมการใช้ชีวิต สิ่งแวดล้อม รวมถึง พฤติกรรมการกินในระยะยาว การปรับอาหารในชีวิตประจำวันจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงที่เราสามารถควบคุมได้
19 ส.ค. 2026
 โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก  ภัยเงียบช่วงหน้าร้อน
รู้จักโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก ( Heatstroke ) คือ โรคอันตรายที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าร้อน โดยเกิดจากอากาศที่ร้อนมากเกินไป ทำให้เกิดภาวะร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ เมื่อเกิดอาการแล้วไม่ได้รับการรักษาในทันที อาจส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อระบบหัวใจ ระบบสมอง ไต และกล้ามเนื้อ อาจทำให้อันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ช่วงฤดูร้อน หลายจังหวัดในประเทศไทยมีอุณหภูมิทะลุสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส อากาศที่ร้อนจัดทำให้เสี่ยงต่อโรคลมแดด ได้ง่าย
12 มิ.ย. 2024
มะเร็งศีรษะและลำคอ รู้ทันอาการเตือน ลดความเสี่ยงก่อนโรคลุกลาม
มะเร็งศีรษะและลำคอสามารถเกิดขึ้นได้หลายตำแหน่ง ตั้งแต่ช่องปาก ลำคอ กล่องเสียง โพรงจมูก ไซนัส ไปจนถึงต่อมน้ำลาย อาการระยะแรกอาจคล้ายโรคทั่วไป เช่น คัดจมูก เสียงแหบ หรือเจ็บคอ แต่หากเป็นต่อเนื่องหรือผิดปกติข้างเดียว ควรรีบพบแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุ
27 ส.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy