แชร์

มะเร็งศีรษะและลำคอ รู้ทันอาการเตือน ลดความเสี่ยงก่อนโรคลุกลาม

อัพเดทล่าสุด: 27 ส.ค. 2026
138 ผู้เข้าชม

มะเร็งศีรษะและลำคอคืออะไร?
มะเร็งศีรษะและลำคอ คือกลุ่มโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณช่องปาก ลิ้น เหงือก คอหอย กล่องเสียง โพรงจมูก ไซนัส และต่อมน้ำลาย โดยส่วนใหญ่มักเริ่มต้นจากเซลล์เยื่อบุผิวภายในอวัยวะเหล่านี้



อย่างไรก็ตาม มะเร็งสมอง ดวงตา และต่อมไทรอยด์มักถูกจัดแยกออกจากกลุ่มมะเร็งศีรษะและลำคอ

อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
อาการของโรคจะแตกต่างกันตามตำแหน่งที่เกิดมะเร็ง โดยสัญญาณผิดปกติที่ควรสังเกต ได้แก่

คัดจมูกเรื้อรัง โดยเฉพาะอาการที่เกิดเพียงข้างเดียว
มีกลิ่นเหม็นผิดปกติภายในจมูก
หูอื้อ การได้ยินลดลง หรือมีอาการข้างเดียว
เจ็บคอหรือระคายคอเรื้อรัง
เสียงแหบหรือเสียงเปลี่ยนไปโดยไม่ทราบสาเหตุ
มีก้อนบริเวณคอ ใต้คาง หรือภายในช่องปาก
ไอหรือมีเสมหะปนเลือด
กลืนอาหารลำบาก กลืนแล้วเจ็บ หรือรู้สึกเหมือนมีสิ่งติดอยู่ในคอ
แผลในช่องปาก แผลที่ลิ้น หรือปื้นสีแดงและสีขาวที่ไม่หาย
เลือดกำเดาไหลบ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ
ชาบริเวณใบหน้า หรือกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง
น้ำหนักลดลงโดยไม่ได้ตั้งใจ
อาการเหล่านี้อาจเกิดจากโรคอื่นที่ไม่ใช่มะเร็งได้ แต่หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2–3 สัปดาห์ เป็นซ้ำบ่อย หรือรุนแรงขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ ไม่ควรวินิจฉัยโรคด้วยตนเอง สถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐฯ (NCI)

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง
1. บุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบ
สารก่อมะเร็งในบุหรี่สามารถทำลายเซลล์บริเวณช่องปาก ลำคอ และกล่องเสียง รวมถึงการได้รับควันบุหรี่มือสองก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพได้เช่นกัน

2. การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำหรือในปริมาณมากเพิ่มความเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ที่ทั้งสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงสูงกว่าการมีปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว องค์การวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC)

3. การติดเชื้อ HPV
เชื้อ Human Papillomavirus หรือ HPV บางสายพันธุ์สัมพันธ์กับมะเร็งบริเวณคอหอยส่วนปาก โดยเฉพาะบริเวณต่อมทอนซิลและโคนลิ้น

4. การเคี้ยวหมากร่วมกับยาสูบ
หมาก ยาสูบ และส่วนผสมบางชนิดสามารถทำให้เยื่อบุช่องปากระคายเคืองเรื้อรังและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งช่องปาก

5. สุขภาพช่องปากที่ไม่ดี
การดูแลช่องปากไม่เหมาะสม ฟันหรืออุปกรณ์ในช่องปากที่ก่อให้เกิดแผลเรื้อรัง รวมถึงการละเลยความผิดปกติภายในช่องปาก อาจทำให้ตรวจพบโรคได้ล่าช้า

6. พันธุกรรมและปัจจัยแวดล้อม
ประวัติสุขภาพของครอบครัว ภูมิคุ้มกันของร่างกาย และการสัมผัสสารเคมีหรือฝุ่นบางชนิดจากการทำงาน อาจเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของมะเร็งบางตำแหน่ง

แพทย์ตรวจวินิจฉัยอย่างไร?
แพทย์จะซักประวัติ ตรวจช่องปาก จมูก ลำคอ และคลำหาก้อนหรือต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ หากพบความผิดปกติ อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น

การส่องกล้องตรวจโพรงจมูกและลำคอ
การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ CT scan
การตรวจ MRI หรือ PET scan ตามความเหมาะสม
การเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา
การตรวจชิ้นเนื้อเป็นขั้นตอนสำคัญในการยืนยันว่าเซลล์ที่พบเป็นเซลล์มะเร็งหรือไม่

แนวทางการรักษา
วิธีรักษาขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ชนิด ขนาด ระยะของโรค และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย โดยอาจประกอบด้วยการผ่าตัด รังสีรักษา เคมีบำบัด ยามุ่งเป้า หรือภูมิคุ้มกันบำบัด แพทย์อาจใช้เพียงวิธีเดียวหรือหลายวิธีร่วมกัน

ผู้ป่วยบางรายอาจต้องได้รับการฟื้นฟูด้านการพูด การกลืน โภชนาการ ช่องปาก และสภาพจิตใจ เพื่อช่วยให้กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

ลดความเสี่ยงได้อย่างไร?
งดสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกชนิด
หลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง
ลดหรืองดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
หลีกเลี่ยงการเคี้ยวหมากและยาสูบ
ดูแลความสะอาดช่องปากและตรวจสุขภาพฟันสม่ำเสมอ
ปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับวัคซีน HPV ตามอายุและข้อบ่งชี้
สังเกตแผล ก้อน หรือความผิดปกติบริเวณช่องปากและลำคอ
เข้ารับการตรวจเมื่อมีอาการผิดปกติต่อเนื่อง


บทความที่เกี่ยวข้อง
อาหารก่อโรค NCDs และแนวทางการดูแลสุขภาพ
พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่สมดุลเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรค NCDs โดยเฉพาะการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาล ไขมันอิ่มตัว โซเดียม หรือพลังงานสูงเป็นประจำ รวมถึงการรับประทานอาหารแปรรูปมากเกินไป เมื่อร่างกายได้รับพลังงานมากกว่าที่ใช้เป็นเวลานาน อาจนำไปสู่น้ำหนักเกิน ไขมันสะสม ภาวะดื้อต่ออินซูลิน ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และความผิดปกติของไขมันในเลือด ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคเรื้อรัง เลือกคาร์โบไฮเดรตอย่างไรให้เหมาะสม?
27 ก.ย. 2026
 โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก  ภัยเงียบช่วงหน้าร้อน
รู้จักโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก ( Heatstroke ) คือ โรคอันตรายที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าร้อน โดยเกิดจากอากาศที่ร้อนมากเกินไป ทำให้เกิดภาวะร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ เมื่อเกิดอาการแล้วไม่ได้รับการรักษาในทันที อาจส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อระบบหัวใจ ระบบสมอง ไต และกล้ามเนื้อ อาจทำให้อันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ช่วงฤดูร้อน หลายจังหวัดในประเทศไทยมีอุณหภูมิทะลุสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส อากาศที่ร้อนจัดทำให้เสี่ยงต่อโรคลมแดด ได้ง่าย
12 มิ.ย. 2024
แนวทางรับมือโรคเบาหวาน ปรับพฤติกรรมวันนี้ เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน
โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ หากควบคุมได้ไม่ดี อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อหัวใจ ไต ดวงตา เส้นประสาท และหลอดเลือด การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันจึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้อย่างยั่งยืน
31 ส.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy