แชร์

โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก ภัยเงียบช่วงหน้าร้อน

อัพเดทล่าสุด: 30 ก.ค. 2026
1356 ผู้เข้าชม

รู้จักโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด


     โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก ( Heatstroke )
คือ โรคอันตรายที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าร้อน โดยเกิดจากอากาศที่ร้อนมากเกินไป ทำให้เกิดภาวะร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ เมื่อเกิดอาการแล้วไม่ได้รับการรักษาในทันที อาจส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อระบบหัวใจ ระบบสมอง ไต และกล้ามเนื้อ อาจทำให้อันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ช่วงฤดูร้อน หลายจังหวัดในประเทศไทยมีอุณหภูมิทะลุสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส  อากาศที่ร้อนจัดทำให้เสี่ยงต่อโรคลมแดด ได้ง่าย

 

 สัญญาณเตือนโรคฮีทสโตรก ที่ไม่ควรมองข้าม

  1. ตัวร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ความร้อนในร่างกายสูงถึง 40 องศา
  2. ผิวหนังแห้งและร้อน ตัวร้อนมาก แต่ไม่มีเหงื่อออก
  3. ความดันโลหิตลดลง มึนงง หน้ามืด  วิงเวียน ปวดศีรษะ
  4. หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็ว หายใจถี่
  5. กระหายน้ำมาก  คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย
  6. อาจถึงขั้นชักกระตุก เกร็ง และหมดสติไป

 

 ใครที่มีความเสี่ยงโรคลมแดด ( Heatstroke )

  1. เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และผู้สูงอายุ ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ดี
  2. ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง หรือโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เบาหวาน
  3. ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินหรืออ้วน
  4. ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ
  5. ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดดเป็นเวลานาน
  6. ผู้ที่ทำงานในห้องแอร์เป็นเวลานานแล้วออกมาเจอกับอากาศร้อนจัด ร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทัน
  7. ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  แอลกอฮอล์ออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจให้สูบฉีดเลือดเร็วและแรงขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น จนอาจทำให้ช็อกและเสียชีวิตได้
 การช่วยเหลือเบื้องต้น หากพบคนเป็นลมแดด

  • ให้รีบนำผู้ที่มีอาการเข้าไปอยู่ในที่ร่ม อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่โดนแสงแดด เพื่อลดอุณหภูมิในร่างกายลงให้นอนราบ ยกเท้าสูงทั้งสองข้าง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น  คลายเสื้อผ้าให้หลวม เพื่อระบายความร้อนให้ไว้ขึ่น
  • ใช้ผ้าชุบน้ำเย็น หรือน้ำแข็งประคบตามซอกคอ ตัว รักแร้ ขาหนีบ หน้าผาก ใช้พัดลมช่วยเป่าระบายความร้อน เพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายให้ต่ำลงอย่างรวดเร็วที่สุด   หากไม่หมดสติให้ดื่มน้ำเปล่ามากๆ และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

 การป้องกันโรคลมแดด
  1. หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรืออยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนจัด
  2. จิบน้ำบ่อยๆ อย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน เพื่อเติมความชุ่มชื้นและลดอุณหภูมิร่างกาย
  3. งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชา รวมถึงกาแฟ และเครื่องดื่มน้ำตาลสูง
  4. เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ไม่ควรอยู่ในที่อากาศร้อน
  5. สำหรับผู้ที่ออกกำลังกาย แนะนำออกกำลังกายในที่ที่อากาศถ่ายเท ควรเลือกในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น

บทความที่เกี่ยวข้อง
9 ข้อที่อาจเสี่ยง “โรคไต” สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
ไตเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยกรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากเลือด รักษาสมดุลของน้ำและแร่ธาตุ รวมถึงมีส่วนช่วยควบคุมความดันโลหิต เมื่อไตเริ่มทำงานผิดปกติ ร่างกายอาจแสดงความเปลี่ยนแปลงหลายรูปแบบ แต่โรคไตเรื้อรังในระยะแรกมักไม่แสดงอาการชัดเจน ผู้ป่วยจำนวนมากจึงไม่ทราบว่าตนเองมีความผิดปกติจนกระทั่งตรวจเลือดหรือตรวจปัสสาวะพบ
25 ก.ค. 2026
ผู้ป่วยเบาหวานสามารถรับประทานผลไม้รสหวานได้หรือไม่?
ผู้ป่วยเบาหวานสามารถรับประทานผลไม้ได้ เนื่องจากผลไม้เป็นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างไรก็ตาม ผลไม้มีน้ำตาลตามธรรมชาติ หากรับประทานในปริมาณมากเกินความเหมาะสม อาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นได้
31 ก.ค. 2026
ผู้ป่วยเบาหวาน อาการแบบไหนอันตราย?
โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ ซึ่งผู้ป่วยอาจพบได้ทั้งภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำและภาวะน้ำตาลในเลือดสูง โดยแต่ละภาวะมีอาการแตกต่างกัน หากผู้ป่วยหรือคนใกล้ชิดสามารถสังเกตอาการได้ตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
25 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy