แชร์

โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก ภัยเงียบช่วงหน้าร้อน

อัพเดทล่าสุด: 30 ก.ค. 2026
1362 ผู้เข้าชม

รู้จักโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด


     โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก ( Heatstroke )
คือ โรคอันตรายที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าร้อน โดยเกิดจากอากาศที่ร้อนมากเกินไป ทำให้เกิดภาวะร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ เมื่อเกิดอาการแล้วไม่ได้รับการรักษาในทันที อาจส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อระบบหัวใจ ระบบสมอง ไต และกล้ามเนื้อ อาจทำให้อันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ช่วงฤดูร้อน หลายจังหวัดในประเทศไทยมีอุณหภูมิทะลุสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส  อากาศที่ร้อนจัดทำให้เสี่ยงต่อโรคลมแดด ได้ง่าย

 

 สัญญาณเตือนโรคฮีทสโตรก ที่ไม่ควรมองข้าม

  1. ตัวร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ความร้อนในร่างกายสูงถึง 40 องศา
  2. ผิวหนังแห้งและร้อน ตัวร้อนมาก แต่ไม่มีเหงื่อออก
  3. ความดันโลหิตลดลง มึนงง หน้ามืด  วิงเวียน ปวดศีรษะ
  4. หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็ว หายใจถี่
  5. กระหายน้ำมาก  คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย
  6. อาจถึงขั้นชักกระตุก เกร็ง และหมดสติไป

 

 ใครที่มีความเสี่ยงโรคลมแดด ( Heatstroke )

  1. เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และผู้สูงอายุ ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ดี
  2. ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง หรือโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เบาหวาน
  3. ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินหรืออ้วน
  4. ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ
  5. ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดดเป็นเวลานาน
  6. ผู้ที่ทำงานในห้องแอร์เป็นเวลานานแล้วออกมาเจอกับอากาศร้อนจัด ร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทัน
  7. ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  แอลกอฮอล์ออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจให้สูบฉีดเลือดเร็วและแรงขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น จนอาจทำให้ช็อกและเสียชีวิตได้
 การช่วยเหลือเบื้องต้น หากพบคนเป็นลมแดด

  • ให้รีบนำผู้ที่มีอาการเข้าไปอยู่ในที่ร่ม อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่โดนแสงแดด เพื่อลดอุณหภูมิในร่างกายลงให้นอนราบ ยกเท้าสูงทั้งสองข้าง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น  คลายเสื้อผ้าให้หลวม เพื่อระบายความร้อนให้ไว้ขึ่น
  • ใช้ผ้าชุบน้ำเย็น หรือน้ำแข็งประคบตามซอกคอ ตัว รักแร้ ขาหนีบ หน้าผาก ใช้พัดลมช่วยเป่าระบายความร้อน เพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายให้ต่ำลงอย่างรวดเร็วที่สุด   หากไม่หมดสติให้ดื่มน้ำเปล่ามากๆ และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

 การป้องกันโรคลมแดด
  1. หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรืออยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนจัด
  2. จิบน้ำบ่อยๆ อย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน เพื่อเติมความชุ่มชื้นและลดอุณหภูมิร่างกาย
  3. งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชา รวมถึงกาแฟ และเครื่องดื่มน้ำตาลสูง
  4. เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ไม่ควรอยู่ในที่อากาศร้อน
  5. สำหรับผู้ที่ออกกำลังกาย แนะนำออกกำลังกายในที่ที่อากาศถ่ายเท ควรเลือกในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น

บทความที่เกี่ยวข้อง
อาการเบื้องต้นของโรคเบาหวาน สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากร่างกายผลิตอินซูลินไม่เพียงพอหรือใช้อินซูลินได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งอาการอาจค่อย ๆ เกิดขึ้นและไม่ชัดเจน ทำให้หลายคนไม่รู้ว่าตนเองเป็นโรคจนเริ่มมีภาวะแทรกซ้อน
24 ส.ค. 2026
5 สัญญาณเตือน ใครเสี่ยงเบาหวาน? รู้ก่อน ป้องกันได้
โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ทันรู้ตัว โดยเฉพาะในผู้ที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือมีปัจจัยเสี่ยงบางอย่าง การสังเกตสัญญาณเตือนและเริ่มปรับพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคและภาวะแทรกซ้อนในอนาคต
10 ส.ค. 2026
โรคไตแบ่งออกเป็น 5 ระยะ รู้ค่า eGFR เพื่อดูแลไตให้ทันเวลา
โรคไตเรื้อรังเป็นภาวะที่การทำงานของไตค่อย ๆ ลดลง โดยเฉพาะในระยะแรกผู้ป่วยอาจไม่มีอาการผิดปกติที่ชัดเจน ทำให้หลายคนไม่ทราบว่าตนเองมีความเสี่ยง การตรวจเลือดเพื่อประเมินค่า eGFR จึงเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญที่ช่วยบอกระดับการทำงานของไตและแบ่งระยะของโรคไตได้
3 ส.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy