แชร์

5 สัญญาณเตือน ใครเสี่ยงเบาหวาน? รู้ก่อน ป้องกันได้

อัพเดทล่าสุด: 10 ส.ค. 2026
0 ผู้เข้าชม

5 สัญญาณเตือน ใครเสี่ยงเบาหวาน? รู้ก่อน ป้องกันได้
โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ทันรู้ตัว โดยเฉพาะในผู้ที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือมีปัจจัยเสี่ยงบางอย่าง การสังเกตสัญญาณเตือนและเริ่มปรับพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคและภาวะแทรกซ้อนในอนาคต




1. น้ำหนักเกิน หรือมีภาวะอ้วนลงพุง
ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน โดยเฉพาะมีไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง มีโอกาสเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินมากขึ้น

โดยสามารถสังเกตเบื้องต้นจากรอบเอว

ผู้หญิง รอบเอวมากกว่า 32 นิ้ว
ผู้ชาย รอบเอวมากกว่า 36 นิ้ว
ควรใส่ใจเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม

2. ความดันโลหิตสูง หรือมีไขมันในเลือดสูง
ความดันโลหิตสูงและภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ มักพบร่วมกับภาวะดื้อต่ออินซูลินและโรคเมตาบอลิก จึงควรตรวจสุขภาพและติดตามค่าต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ

3. มีพ่อ แม่ หรือพี่น้องเป็นเบาหวาน
ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวสายตรงเป็นโรคเบาหวาน อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากปัจจัยด้านพันธุกรรม จึงควรให้ความสำคัญกับการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดและดูแลพฤติกรรมสุขภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ

4. รับประทานอาหารหวาน มัน เค็มเป็นประจำ
การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมสูงบ่อย ๆ อาจนำไปสู่น้ำหนักเกิน ไขมันสะสม และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังหลายชนิด รวมถึงโรคเบาหวาน

ควรลดเครื่องดื่มหวาน ขนมหวาน อาหารทอด และอาหารแปรรูป พร้อมเพิ่มผักและเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น

5. อายุ 35 ปีขึ้นไป
เมื่ออายุมากขึ้น การเผาผลาญและการตอบสนองต่ออินซูลินของร่างกายอาจเปลี่ยนแปลง หากมีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย ควรตรวจสุขภาพและระดับน้ำตาลในเลือดตามคำแนะนำของแพทย์

สาเหตุสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยง
ปัจจัยที่พบได้บ่อย ได้แก่

น้ำหนักเกินหรือมีภาวะอ้วนลงพุง
รับประทานอาหารหวาน มัน เค็ม ไม่เหมาะสม
ขาดการออกกำลังกาย
มีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน
มีความดันโลหิตสูงหรือไขมันในเลือดสูง
ป้องกันเบาหวาน เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้
การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้ เช่น เลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม ลดหวาน มัน เค็ม ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และเข้ารับการตรวจสุขภาพตามความเหมาะสม

หากพบว่าตนเองมีหลายปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน หรือมีอาการผิดปกติ เช่น ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำมาก เหนื่อยง่าย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือแผลหายช้า ควรเข้ารับการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด

รู้ความเสี่ยงเร็ว ปรับพฤติกรรมเร็ว ช่วยลดโอกาสเกิดเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้


บทความที่เกี่ยวข้อง
ผู้ป่วยเบาหวาน อาการแบบไหนอันตราย?
โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ ซึ่งผู้ป่วยอาจพบได้ทั้งภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำและภาวะน้ำตาลในเลือดสูง โดยแต่ละภาวะมีอาการแตกต่างกัน หากผู้ป่วยหรือคนใกล้ชิดสามารถสังเกตอาการได้ตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
25 ก.ค. 2026
ผู้ป่วยเบาหวานสามารถรับประทานผลไม้รสหวานได้หรือไม่?
ผู้ป่วยเบาหวานสามารถรับประทานผลไม้ได้ เนื่องจากผลไม้เป็นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างไรก็ตาม ผลไม้มีน้ำตาลตามธรรมชาติ หากรับประทานในปริมาณมากเกินความเหมาะสม อาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นได้
31 ก.ค. 2026
9 ข้อที่อาจเสี่ยง “โรคไต” สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
ไตเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยกรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากเลือด รักษาสมดุลของน้ำและแร่ธาตุ รวมถึงมีส่วนช่วยควบคุมความดันโลหิต เมื่อไตเริ่มทำงานผิดปกติ ร่างกายอาจแสดงความเปลี่ยนแปลงหลายรูปแบบ แต่โรคไตเรื้อรังในระยะแรกมักไม่แสดงอาการชัดเจน ผู้ป่วยจำนวนมากจึงไม่ทราบว่าตนเองมีความผิดปกติจนกระทั่งตรวจเลือดหรือตรวจปัสสาวะพบ
25 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy