5 สัญญาณเตือน ใครเสี่ยงเบาหวาน? รู้ก่อน ป้องกันได้

5 สัญญาณเตือน ใครเสี่ยงเบาหวาน? รู้ก่อน ป้องกันได้
โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ทันรู้ตัว โดยเฉพาะในผู้ที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือมีปัจจัยเสี่ยงบางอย่าง การสังเกตสัญญาณเตือนและเริ่มปรับพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคและภาวะแทรกซ้อนในอนาคต

1. น้ำหนักเกิน หรือมีภาวะอ้วนลงพุง
ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน โดยเฉพาะมีไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง มีโอกาสเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินมากขึ้น
โดยสามารถสังเกตเบื้องต้นจากรอบเอว
ผู้หญิง รอบเอวมากกว่า 32 นิ้ว
ผู้ชาย รอบเอวมากกว่า 36 นิ้ว
ควรใส่ใจเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
2. ความดันโลหิตสูง หรือมีไขมันในเลือดสูง
ความดันโลหิตสูงและภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ มักพบร่วมกับภาวะดื้อต่ออินซูลินและโรคเมตาบอลิก จึงควรตรวจสุขภาพและติดตามค่าต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ
3. มีพ่อ แม่ หรือพี่น้องเป็นเบาหวาน
ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวสายตรงเป็นโรคเบาหวาน อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากปัจจัยด้านพันธุกรรม จึงควรให้ความสำคัญกับการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดและดูแลพฤติกรรมสุขภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ
4. รับประทานอาหารหวาน มัน เค็มเป็นประจำ
การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมสูงบ่อย ๆ อาจนำไปสู่น้ำหนักเกิน ไขมันสะสม และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังหลายชนิด รวมถึงโรคเบาหวาน
ควรลดเครื่องดื่มหวาน ขนมหวาน อาหารทอด และอาหารแปรรูป พร้อมเพิ่มผักและเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น
5. อายุ 35 ปีขึ้นไป
เมื่ออายุมากขึ้น การเผาผลาญและการตอบสนองต่ออินซูลินของร่างกายอาจเปลี่ยนแปลง หากมีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย ควรตรวจสุขภาพและระดับน้ำตาลในเลือดตามคำแนะนำของแพทย์
สาเหตุสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยง
ปัจจัยที่พบได้บ่อย ได้แก่
น้ำหนักเกินหรือมีภาวะอ้วนลงพุง
รับประทานอาหารหวาน มัน เค็ม ไม่เหมาะสม
ขาดการออกกำลังกาย
มีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน
มีความดันโลหิตสูงหรือไขมันในเลือดสูง
ป้องกันเบาหวาน เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้
การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้ เช่น เลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม ลดหวาน มัน เค็ม ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และเข้ารับการตรวจสุขภาพตามความเหมาะสม
หากพบว่าตนเองมีหลายปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน หรือมีอาการผิดปกติ เช่น ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำมาก เหนื่อยง่าย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือแผลหายช้า ควรเข้ารับการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด
รู้ความเสี่ยงเร็ว ปรับพฤติกรรมเร็ว ช่วยลดโอกาสเกิดเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้


