แชร์

2 สัญญาณเตือน “ไตเสื่อม” ที่สังเกตได้ก่อนสายเกินไป

อัพเดทล่าสุด: 6 ก.ย. 2026
84 ผู้เข้าชม

ไตมีหน้าที่กรองของเสียและขับน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย รวมถึงช่วยรักษาสมดุลของเกลือแร่ เมื่อไตทำงานลดลง ของเหลวหรือโปรตีนอาจเกิดการคั่งหรือรั่วออกมากับปัสสาวะ จนทำให้เกิดความผิดปกติที่สามารถสังเกตได้ในชีวิตประจำวัน



ร่างกายมีอาการบวม
อาการบวมหรือภาวะบวมน้ำ (Edema) เกิดจากของเหลวสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อ มักสังเกตได้บริเวณเท้า ข้อเท้า ขา มือ หรือรอบดวงตา โดยอาจพบว่ารองเท้าคับขึ้น น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือเมื่อใช้นิ้วกดบริเวณที่บวมแล้วเกิดรอยบุ๋ม

อาการบวมอาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของไตที่ผิดปกติหรือการสูญเสียโปรตีนออกทางปัสสาวะ แต่ก็อาจเกิดจากโรคหัวใจ โรคตับ ความผิดปกติของหลอดเลือด ยาบางชนิด หรือสาเหตุอื่นได้ จึงไม่ควรวินิจฉัยโรคด้วยอาการเพียงอย่างเดียว

ปัสสาวะเป็นฟอง
ปัสสาวะที่มีฟองเล็กน้อยอาจเกิดจากการปัสสาวะเร็วหรือแรง แต่หากมีฟองจำนวนมาก เกิดขึ้นบ่อย และฟองไม่หายไปง่าย อาจเป็นสัญญาณว่ามีโปรตีนหรืออัลบูมินรั่วออกมาในปัสสาวะ

โดยปกติไตที่แข็งแรงจะไม่ปล่อยให้อัลบูมินผ่านออกมาในปัสสาวะมากเกินไป การตรวจพบอัลบูมินในปัสสาวะจึงอาจเป็นสัญญาณของความเสียหายที่ไต และควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม

ควรตรวจอะไรเมื่อพบอาการผิดปกติ?

ตรวจปัสสาวะ (Urinalysis)
เป็นการตรวจหาความผิดปกติในปัสสาวะ เช่น โปรตีน เม็ดเลือด หรือสัญญาณการติดเชื้อ หากต้องการประเมินการรั่วของอัลบูมินอย่างละเอียด แพทย์อาจพิจารณาตรวจอัตราส่วนอัลบูมินต่อครีอะตินีนในปัสสาวะ หรือ uACR ร่วมด้วย

ตรวจระดับอัลบูมินในเลือด (Blood Albumin Test)
อัลบูมินเป็นโปรตีนที่สร้างจากตับและช่วยรักษาของเหลวให้อยู่ภายในหลอดเลือด หากอัลบูมินต่ำ ของเหลวอาจรั่วเข้าสู่เนื้อเยื่อและทำให้เกิดอาการบวมได้

โดยทั่วไปค่าปกติอาจอยู่ประมาณ 3.4–5.4 กรัมต่อเดซิลิตร แต่ช่วงอ้างอิงแตกต่างกันได้ในแต่ละห้องปฏิบัติการ ระดับอัลบูมินต่ำไม่ได้เกิดจากโรคไตเพียงสาเหตุเดียว แต่อาจสัมพันธ์กับโรคตับ ภาวะโภชนาการ การอักเสบ หรือโรคอื่น จึงต้องให้แพทย์แปลผลร่วมกับการตรวจอื่น

ตรวจการทำงานของไตเพิ่มเติม
แพทย์อาจพิจารณาตรวจครีอะตินีนในเลือด ประเมินค่า eGFR วัดความดันโลหิต และตรวจอื่นเพิ่มเติมตามอาการและปัจจัยเสี่ยง เพื่อช่วยค้นหาสาเหตุและประเมินการทำงานของไตอย่างรอบด้าน

เมื่อไรควรพบแพทย์?

ควรเข้ารับการตรวจหากมีอาการบวมมากขึ้น ปัสสาวะเป็นฟองบ่อย ปัสสาวะน้อยลง เหนื่อยง่าย น้ำหนักเพิ่มเร็ว หรือมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวานและความดันโลหิตสูง หากมีอาการหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก สับสน หรือบวมอย่างรวดเร็ว ควรไปโรงพยาบาลทันที


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำความรู้จักค่า BUN ค่าการทำงานของไตที่ผู้ป่วยโรคไตและมะเร็งควรรู้
ค่า BUN เป็นหนึ่งในค่าตรวจเลือดที่ช่วยประเมินการกำจัดของเสียของไต โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคไต ผู้ป่วยมะเร็ง และผู้ที่กำลังรับการรักษา อย่างไรก็ตาม ค่า BUN สูงไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งหรือมะเร็งกำลังเติบโตเสมอไป จึงต้องแปลผลร่วมกับค่า Creatinine, eGFR อาการของผู้ป่วย และผลตรวจอื่น ๆ โดยแพทย์
5 ก.ย. 2026
โภชนาการสำหรับผู้ป่วยไตเสื่อม กินอย่างฉลาด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ผู้ป่วยโรคไตเสื่อมควรให้ความสำคัญกับอาหารในแต่ละวัน เพราะการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมสามารถช่วยลดภาระการทำงานของไต และช่วยควบคุมระดับสารต่าง ๆ ในร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้
23 ก.ย. 2026
เลือกอาหารดี ช่วยดูแลตับให้แข็งแรง สดชื่นในทุกวัน
“ตับ” เป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยกำจัดของเสีย สร้างพลังงาน และควบคุมการทำงานหลายระบบของร่างกาย การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมจึงมีส่วนช่วยลดภาระการทำงานของตับ และส่งเสริมสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรงขึ้น
6 ส.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy