แชร์

2 สัญญาณเตือน “ไตเสื่อม” ที่สังเกตได้ก่อนสายเกินไป

อัพเดทล่าสุด: 6 ก.ย. 2026
2 ผู้เข้าชม

ไตมีหน้าที่กรองของเสียและขับน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย รวมถึงช่วยรักษาสมดุลของเกลือแร่ เมื่อไตทำงานลดลง ของเหลวหรือโปรตีนอาจเกิดการคั่งหรือรั่วออกมากับปัสสาวะ จนทำให้เกิดความผิดปกติที่สามารถสังเกตได้ในชีวิตประจำวัน



ร่างกายมีอาการบวม
อาการบวมหรือภาวะบวมน้ำ (Edema) เกิดจากของเหลวสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อ มักสังเกตได้บริเวณเท้า ข้อเท้า ขา มือ หรือรอบดวงตา โดยอาจพบว่ารองเท้าคับขึ้น น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือเมื่อใช้นิ้วกดบริเวณที่บวมแล้วเกิดรอยบุ๋ม

อาการบวมอาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของไตที่ผิดปกติหรือการสูญเสียโปรตีนออกทางปัสสาวะ แต่ก็อาจเกิดจากโรคหัวใจ โรคตับ ความผิดปกติของหลอดเลือด ยาบางชนิด หรือสาเหตุอื่นได้ จึงไม่ควรวินิจฉัยโรคด้วยอาการเพียงอย่างเดียว

ปัสสาวะเป็นฟอง
ปัสสาวะที่มีฟองเล็กน้อยอาจเกิดจากการปัสสาวะเร็วหรือแรง แต่หากมีฟองจำนวนมาก เกิดขึ้นบ่อย และฟองไม่หายไปง่าย อาจเป็นสัญญาณว่ามีโปรตีนหรืออัลบูมินรั่วออกมาในปัสสาวะ

โดยปกติไตที่แข็งแรงจะไม่ปล่อยให้อัลบูมินผ่านออกมาในปัสสาวะมากเกินไป การตรวจพบอัลบูมินในปัสสาวะจึงอาจเป็นสัญญาณของความเสียหายที่ไต และควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม

ควรตรวจอะไรเมื่อพบอาการผิดปกติ?

ตรวจปัสสาวะ (Urinalysis)
เป็นการตรวจหาความผิดปกติในปัสสาวะ เช่น โปรตีน เม็ดเลือด หรือสัญญาณการติดเชื้อ หากต้องการประเมินการรั่วของอัลบูมินอย่างละเอียด แพทย์อาจพิจารณาตรวจอัตราส่วนอัลบูมินต่อครีอะตินีนในปัสสาวะ หรือ uACR ร่วมด้วย

ตรวจระดับอัลบูมินในเลือด (Blood Albumin Test)
อัลบูมินเป็นโปรตีนที่สร้างจากตับและช่วยรักษาของเหลวให้อยู่ภายในหลอดเลือด หากอัลบูมินต่ำ ของเหลวอาจรั่วเข้าสู่เนื้อเยื่อและทำให้เกิดอาการบวมได้

โดยทั่วไปค่าปกติอาจอยู่ประมาณ 3.4–5.4 กรัมต่อเดซิลิตร แต่ช่วงอ้างอิงแตกต่างกันได้ในแต่ละห้องปฏิบัติการ ระดับอัลบูมินต่ำไม่ได้เกิดจากโรคไตเพียงสาเหตุเดียว แต่อาจสัมพันธ์กับโรคตับ ภาวะโภชนาการ การอักเสบ หรือโรคอื่น จึงต้องให้แพทย์แปลผลร่วมกับการตรวจอื่น

ตรวจการทำงานของไตเพิ่มเติม
แพทย์อาจพิจารณาตรวจครีอะตินีนในเลือด ประเมินค่า eGFR วัดความดันโลหิต และตรวจอื่นเพิ่มเติมตามอาการและปัจจัยเสี่ยง เพื่อช่วยค้นหาสาเหตุและประเมินการทำงานของไตอย่างรอบด้าน

เมื่อไรควรพบแพทย์?

ควรเข้ารับการตรวจหากมีอาการบวมมากขึ้น ปัสสาวะเป็นฟองบ่อย ปัสสาวะน้อยลง เหนื่อยง่าย น้ำหนักเพิ่มเร็ว หรือมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวานและความดันโลหิตสูง หากมีอาการหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก สับสน หรือบวมอย่างรวดเร็ว ควรไปโรงพยาบาลทันที


บทความที่เกี่ยวข้อง
รู้ก่อน สังเกตได้ “มะเร็งกระดูก” มีอาการอย่างไร?
มะเร็งกระดูกเป็นโรคที่พบไม่บ่อย แต่อาจส่งผลต่อโครงสร้างและความแข็งแรงของกระดูก หากสังเกตพบอาการผิดปกติและเข้ารับการตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัย วางแผนการรักษา และดูแลผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม
26 ส.ค. 2026
ผู้ป่วยเบาหวาน อาการแบบไหนอันตราย?
โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ ซึ่งผู้ป่วยอาจพบได้ทั้งภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำและภาวะน้ำตาลในเลือดสูง โดยแต่ละภาวะมีอาการแตกต่างกัน หากผู้ป่วยหรือคนใกล้ชิดสามารถสังเกตอาการได้ตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
25 ก.ค. 2026
ภัยเงียบ! โรคไขมันสะสมที่ตับ รู้เร็ว ป้องกันได้ก่อนตับเสียหาย
โรคไขมันสะสมที่ตับมักไม่แสดงอาการในระยะแรก หลายคนจึงไม่รู้ว่าตนเองกำลังเผชิญภาวะนี้ หากปล่อยไว้นานอาจเกิดการอักเสบ พังผืด ตับแข็ง และเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งตับได้ การรู้จักกลุ่มเสี่ยงและปรับพฤติกรรมตั้งแต่วันนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ
30 ส.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy