แชร์

ผู้ป่วยเบาหวาน อาการแบบไหนอันตราย?

อัพเดทล่าสุด: 30 ก.ค. 2026
99 ผู้เข้าชม

 ผู้ป่วยเบาหวาน อาการแบบไหนอันตราย?
โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ ซึ่งผู้ป่วยอาจพบได้ทั้งภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำและภาวะน้ำตาลในเลือดสูง โดยแต่ละภาวะมีอาการแตกต่างกัน หากผู้ป่วยหรือคนใกล้ชิดสามารถสังเกตอาการได้ตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้



อาการที่อาจเกิดจากภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอ่อนเพลีย แขนขาไม่มีแรง เหนื่อยง่าย หรือรู้สึกว่าร่างกายไม่มีพลังงาน นอกจากนี้อาจมีอาการสับสน หมดสติ หรือชักร่วมด้วย ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกหิวบ่อยกว่าปกติ แม้จะเพิ่งรับประทานอาหารไปแล้วก็ตาม

อาการอื่นที่ควรสังเกต ได้แก่ ใจสั่น มือสั่น เหงื่อออกมาก ตัวเย็น หรือรู้สึกกระวนกระวายผิดปกติ หากระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงมาก ผู้ป่วยอาจไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และอาจเกิดอันตรายจากการล้ม การหมดสติ หรือการชัก จึงไม่ควรปล่อยให้อาการดำเนินต่อไปโดยไม่ได้รับการดูแล

อาการที่อาจเกิดจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูง
ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการสับสน หมดสติ หรือชักได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในกรณีที่ระดับน้ำตาลสูงมากหรือเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือรู้สึกไม่สบายตัวอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ยังอาจพบอาการน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ กระหายน้ำบ่อย ดื่มน้ำมากกว่าปกติ และปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังพยายามขับน้ำตาลส่วนเกินออกทางปัสสาวะ ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกิดอาการอ่อนเพลียตามมาได้

ทำไมจึงไม่ควรปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน?
หากปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้รับการควบคุม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนในหลายระบบของร่างกาย เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตัน โรคไตเรื้อรัง ภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา รวมถึงความเสื่อมของระบบประสาทส่วนปลาย ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการชา บริเวณปลายมือหรือปลายเท้า

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานมักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผู้ป่วยบางรายอาจไม่รู้สึกถึงความผิดปกติในระยะแรก จึงควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดตามคำแนะนำของแพทย์ รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมอาหาร และสังเกตอาการของตนเองอยู่เสมอ

หากพบอาการผิดปกติ เช่น หมดสติ ชัก สับสนมาก อ่อนแรงผิดปกติ คลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรง หรือไม่สามารถรับประทานอาหารและน้ำได้ ควรรีบพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลหรือขอความช่วยเหลือทางการแพทย์โดยเร็ว เพื่อให้ได้รับการประเมินและรักษาอย่างเหมาะสม

การรู้เท่าทันอาการของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำและน้ำตาลในเลือดสูง เป็นส่วนสำคัญในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน เพราะการสังเกตอาการได้เร็วและเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจช่วยลดความรุนแรงและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายได้
 
 
 
 


บทความที่เกี่ยวข้อง
อาการเบื้องต้นของโรคเบาหวาน สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากร่างกายผลิตอินซูลินไม่เพียงพอหรือใช้อินซูลินได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งอาการอาจค่อย ๆ เกิดขึ้นและไม่ชัดเจน ทำให้หลายคนไม่รู้ว่าตนเองเป็นโรคจนเริ่มมีภาวะแทรกซ้อน
24 ส.ค. 2026
ไตวาย ป้องกันไว้…ไม่ให้สายเกินแก้
โรคไตเรื้อรังมักค่อย ๆ ดำเนินไปโดยไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก หลายคนจึงไม่รู้ว่าการทำงานของไตเริ่มลดลง จนกระทั่งเข้าสู่ระยะที่รักษาได้ยากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เป็น โรคเบาหวาน และ โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลอดเลือดและหน่วยกรองของไตเสื่อมเร็วกว่าปกติ
7 ส.ค. 2026
ภัยเงียบ! โรคไขมันสะสมที่ตับ รู้เร็ว ป้องกันได้ก่อนตับเสียหาย
โรคไขมันสะสมที่ตับมักไม่แสดงอาการในระยะแรก หลายคนจึงไม่รู้ว่าตนเองกำลังเผชิญภาวะนี้ หากปล่อยไว้นานอาจเกิดการอักเสบ พังผืด ตับแข็ง และเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งตับได้ การรู้จักกลุ่มเสี่ยงและปรับพฤติกรรมตั้งแต่วันนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ
30 ส.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy