แชร์

ผู้ป่วยเบาหวาน อาการแบบไหนอันตราย?

อัพเดทล่าสุด: 25 ก.ค. 2026
3 ผู้เข้าชม

 ผู้ป่วยเบาหวาน อาการแบบไหนอันตราย?
โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ ซึ่งผู้ป่วยอาจพบได้ทั้งภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำและภาวะน้ำตาลในเลือดสูง โดยแต่ละภาวะมีอาการแตกต่างกัน หากผู้ป่วยหรือคนใกล้ชิดสามารถสังเกตอาการได้ตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้



อาการที่อาจเกิดจากภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอ่อนเพลีย แขนขาไม่มีแรง เหนื่อยง่าย หรือรู้สึกว่าร่างกายไม่มีพลังงาน นอกจากนี้อาจมีอาการสับสน หมดสติ หรือชักร่วมด้วย ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกหิวบ่อยกว่าปกติ แม้จะเพิ่งรับประทานอาหารไปแล้วก็ตาม

อาการอื่นที่ควรสังเกต ได้แก่ ใจสั่น มือสั่น เหงื่อออกมาก ตัวเย็น หรือรู้สึกกระวนกระวายผิดปกติ หากระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงมาก ผู้ป่วยอาจไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และอาจเกิดอันตรายจากการล้ม การหมดสติ หรือการชัก จึงไม่ควรปล่อยให้อาการดำเนินต่อไปโดยไม่ได้รับการดูแล

อาการที่อาจเกิดจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูง
ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการสับสน หมดสติ หรือชักได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในกรณีที่ระดับน้ำตาลสูงมากหรือเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือรู้สึกไม่สบายตัวอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ยังอาจพบอาการน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ กระหายน้ำบ่อย ดื่มน้ำมากกว่าปกติ และปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังพยายามขับน้ำตาลส่วนเกินออกทางปัสสาวะ ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกิดอาการอ่อนเพลียตามมาได้

ทำไมจึงไม่ควรปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน?
หากปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้รับการควบคุม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนในหลายระบบของร่างกาย เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตัน โรคไตเรื้อรัง ภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา รวมถึงความเสื่อมของระบบประสาทส่วนปลาย ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการชา บริเวณปลายมือหรือปลายเท้า

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานมักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผู้ป่วยบางรายอาจไม่รู้สึกถึงความผิดปกติในระยะแรก จึงควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดตามคำแนะนำของแพทย์ รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมอาหาร และสังเกตอาการของตนเองอยู่เสมอ

หากพบอาการผิดปกติ เช่น หมดสติ ชัก สับสนมาก อ่อนแรงผิดปกติ คลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรง หรือไม่สามารถรับประทานอาหารและน้ำได้ ควรรีบพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลหรือขอความช่วยเหลือทางการแพทย์โดยเร็ว เพื่อให้ได้รับการประเมินและรักษาอย่างเหมาะสม

การรู้เท่าทันอาการของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำและน้ำตาลในเลือดสูง เป็นส่วนสำคัญในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน เพราะการสังเกตอาการได้เร็วและเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจช่วยลดความรุนแรงและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายได้
 
 
 
 


บทความที่เกี่ยวข้อง
โรคไตวายระยะสุดท้าย รักษาอย่างไร? รู้จักอาการและทางเลือกในการรักษา
ไตเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่กรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากเลือด ช่วยรักษาสมดุลของน้ำ เกลือแร่ และสารต่าง ๆ ภายในร่างกาย รวมถึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการควบคุมความดันโลหิต การสร้างเม็ดเลือดแดง และการดูแลความแข็งแรงของกระดูก
25 ก.ค. 2026
9 ข้อที่อาจเสี่ยง “โรคไต” สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
ไตเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยกรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากเลือด รักษาสมดุลของน้ำและแร่ธาตุ รวมถึงมีส่วนช่วยควบคุมความดันโลหิต เมื่อไตเริ่มทำงานผิดปกติ ร่างกายอาจแสดงความเปลี่ยนแปลงหลายรูปแบบ แต่โรคไตเรื้อรังในระยะแรกมักไม่แสดงอาการชัดเจน ผู้ป่วยจำนวนมากจึงไม่ทราบว่าตนเองมีความผิดปกติจนกระทั่งตรวจเลือดหรือตรวจปัสสาวะพบ
25 ก.ค. 2026
 โรคหลอดเลือดสมอง   ปัจจัยเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงได้
โรคหลอดเลือดสมอง ปัจจัยเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงได้โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) คือ หรือเรียกว่าโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต เกิดจากสมองขาดเลือดไปเลี้ยงเนื่องจากหลอดเลือดตีบ หลอดเลือด อุดตัน หรือหลอดเลือดแตกส่งผลให้เนื้อเยื่อในสมองถูกทำลาย การทำงานของสมองหยุดชะงัก ส่งผลให้เกิดอาการต่างๆขึ้น อาการของโรคหลอดเลือดสมองสามารถพบอาการได้หลายรูปแบบ ขึ้นกับตำแหน่งของสมองที่เกิดการขาดเลือดหรือถูกทำลาย โดยอาการที่สามารถพบได้บ่อย ได้แก่- อาการอ่อนแรง หรือมีอาการอัมพฤกษ์ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย โดยมากมักเกิดกับร่างกายข้างใดข้างหนึ่ง เช่น ครึ่งซีกด้านซ้ายเป็นต้น- อาการชา หรือสูญเสียความรู้สึกของร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่ง เช่นเดียวกันกับอาการอ่อนแรงที่มักเกิดกับร่างกายครึ่งซีกใดครึ่งซีกหนึ่ง- มีปัญหาเกี่ยวกับการพูด เช่น พูดไม่ได้พูดติด เสียงไม่ชัด หรือไม่เข้าใจค าพูด- มีปัญหาเกี่ยวกับการทรงตัว เช่นเดินเซ หรือมีอาการเวียนศีรษะเฉียบพลัน- การสูญเสียการมองเห็นบางส่วน หรือเห็นภาพซ้อนอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ในบางกรณีอาจเกิดเป็นอาการเตือนเกิดขึ้นชั้วขณะหนึ่งแล้วหายไปเอง หรือเกิดขึ้นได้หลายครั้งก่อนมีอาการสมองขาดเลือดแบบถาวร เรียกว่าภาวะมีสมองขาดเลือดชั่วคราว(transient ischemic attack) ซึ่งพบได้ประมาณ 15%
12 ก.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy