แชร์

ไตวาย ป้องกันไว้…ไม่ให้สายเกินแก้

อัพเดทล่าสุด: 7 ส.ค. 2026
77 ผู้เข้าชม

ไตวาย ป้องกันไว้…ไม่ให้สายเกินแก้
ดูแล 2 โรคยอดฮิต ลดความเสี่ยงไตเสื่อม
โรคไตเรื้อรังมักค่อย ๆ ดำเนินไปโดยไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก หลายคนจึงไม่รู้ว่าการทำงานของไตเริ่มลดลง จนกระทั่งเข้าสู่ระยะที่รักษาได้ยากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เป็น โรคเบาหวาน และ โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลอดเลือดและหน่วยกรองของไตเสื่อมเร็วกว่าปกติ

การควบคุมโรคประจำตัว ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมและตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ จึงช่วยชะลอความเสื่อมของไตและลดความเสี่ยงไตวายได้

1. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน หลอดเลือดขนาดเล็กภายในไตอาจได้รับความเสียหาย ทำให้ไตกรองของเสียได้ลดลง ผู้ป่วยเบาหวานจึงควรดูแลระดับน้ำตาลอย่างต่อเนื่อง โดย

ตรวจระดับน้ำตาลและค่า HbA1c ตามคำแนะนำของแพทย์
เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม ลดของหวานและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล
ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
รับประทานยาหรือฉีดยาตามแผนการรักษาอย่างสม่ำเสมอ
โดยทั่วไปอาจตั้งเป้าหมายค่า HbA1c ประมาณไม่เกิน 7% แต่เป้าหมายของแต่ละคนอาจแตกต่างกันตามอายุ โรคประจำตัว และดุลยพินิจของแพทย์



2. ควบคุมความดันโลหิต
ความดันโลหิตที่สูงต่อเนื่องจะเพิ่มแรงดันภายในหลอดเลือดของไต ส่งผลให้หน่วยกรองไตเสื่อมลง ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงควร

ตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ
ลดอาหารเค็ม อาหารแปรรูป และอาหารที่มีโซเดียมสูง
ออกกำลังกายให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย
ควบคุมน้ำหนักและพักผ่อนให้เพียงพอ
รับประทานยาลดความดันตามแพทย์สั่ง ไม่หยุดยาเอง

3. ระวังปัจจัยเสี่ยงอื่นที่ทำร้ายไต
นอกจากเบาหวานและความดันโลหิตสูงแล้ว พฤติกรรมบางอย่างอาจเร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น เช่น

ใช้ยาแก้ปวดบางกลุ่มติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยเฉพาะยากลุ่ม NSAIDs
ซื้อยาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรมารับประทานเองโดยไม่ทราบส่วนประกอบ
รับประทานอาหารเค็มจัดและอาหารไขมันสูงเป็นประจำ
ดื่มน้ำน้อยหรือปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำบ่อยครั้ง
สูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
มีภาวะอ้วน ไขมันในเลือดสูง หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด
ผู้ที่มีโรคไตหรือโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา อาหารเสริม หรือสมุนไพรทุกชนิด

4. ตรวจเร็ว รักษาได้ทันท่วงที
โรคไตในระยะแรกอาจไม่มีอาการ การตรวจคัดกรองจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ผู้สูงอายุ หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคไต

การตรวจอาจประกอบด้วย

ตรวจเลือดเพื่อประเมินค่าการทำงานของไต
ตรวจปัสสาวะเพื่อค้นหาโปรตีนหรือความผิดปกติ
ตรวจวัดความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือด
ประเมินปัจจัยเสี่ยงร่วมโดยแพทย์
ควรตรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือตามความถี่ที่แพทย์แนะนำ หากตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรก การรักษาและปรับพฤติกรรมอย่างเหมาะสมจะช่วยชะลอความเสื่อมของไตได้มากขึ้น

ดูแลวันนี้ เพื่อรักษาการทำงานของไตในระยะยาว
การป้องกันไตวายเริ่มต้นจากการควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิต ลดอาหารเค็ม หลีกเลี่ยงยาที่อาจทำร้ายไต และเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ อย่ารอให้มีอาการบวม เหนื่อยง่าย ปัสสาวะผิดปกติ หรือคลื่นไส้อาเจียน เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าไตเสื่อมมากแล้ว


บทความที่เกี่ยวข้อง
โภชนาการและการกินโปรตีนอย่างถูกวิธี
โปรตีนเป็นหนึ่งในสารอาหารสำคัญที่ร่างกายต้องการในทุกช่วงวัย เพราะมีส่วนช่วยในการสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ ฮอร์โมน เอนไซม์ และระบบภูมิคุ้มกัน การรับประทานโปรตีนอย่างเหมาะสมจึงไม่ได้หมายถึงการกินเนื้อสัตว์ในปริมาณมาก แต่ควรเลือกแหล่งโปรตีนที่หลากหลายและเหมาะกับสุขภาพของแต่ละคน
21 ก.ย. 2026
ลดน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ต้องออกกำลังกายเท่าไหร่?
หลายคนอาจสงสัยว่า หากต้องการลดน้ำหนักให้ได้ 1 กิโลกรัม จะต้องออกกำลังกายนานแค่ไหน? ความจริงแล้ว การลดน้ำหนักไม่ได้ขึ้นอยู่กับการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการทำให้ร่างกายใช้พลังงานมากกว่าพลังงานที่ได้รับ หรือที่เรียกว่า “ภาวะพลังงานติดลบ”
13 ก.ย. 2026
สารก่อมะเร็ง ภัยร้ายใกล้ตัว
รู้เท่าทัน หลีกเลี่ยงความเสี่ยง เพราะการป้องกันมะเร็งเริ่มต้นได้จากชีวิตประจำวัน คำว่า “สารก่อมะเร็ง” หมายถึง สารหรือปัจจัยบางอย่างที่สามารถทำลายสารพันธุกรรม รบกวนการทำงานของเซลล์ หรือเพิ่มโอกาสที่เซลล์ภายในร่างกายจะเจริญเติบโตผิดปกติจนพัฒนาเป็นมะเร็งได้ สารก่อมะเร็งไม่ได้มีเฉพาะสารเคมีอันตรายในโรงงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงควันบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รังสีอัลตราไวโอเลต อาหารบางประเภท และมลพิษทางอากาศที่เราอาจสัมผัสอยู่เป็นประจำ
26 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy