ทำความรู้จักค่า BUN ค่าการทำงานของไตที่ผู้ป่วยโรคไตและมะเร็งควรรู้

BUN คืออะไร?

BUN ย่อมาจาก Blood Urea Nitrogen หมายถึงปริมาณไนโตรเจนจากยูเรียที่อยู่ในเลือด ยูเรียเป็นของเสียที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายย่อยสลายโปรตีน จากนั้นจะถูกส่งผ่านกระแสเลือดไปยังไตและขับออกทางปัสสาวะ
การตรวจค่า BUN จึงช่วยให้แพทย์ประเมินความสามารถของไตในการกรองและขับของเสีย รวมถึงใช้ติดตามผู้ที่เป็นโรคไตหรือมีความเสี่ยงต่อการทำงานของไตผิดปกติ
ค่า BUN สูงบอกอะไรได้บ้าง?
ค่า BUN ที่สูงกว่าปกติอาจพบได้เมื่อไตกรองของเสียได้ลดลง แต่ไม่ได้เกิดจากโรคไตเพียงสาเหตุเดียว ปัจจัยอื่นที่ทำให้ค่า BUN สูงได้ ได้แก่
• ร่างกายขาดน้ำ
• รับประทานอาหารโปรตีนสูง
• มีเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร
• ภาวะติดเชื้อรุนแรงหรือร่างกายมีการสลายเนื้อเยื่อมาก
• การใช้ยาบางชนิด
• การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงไตลดลง
• การทำงานของไตเสื่อมลง
ดังนั้น ไม่ควรแปลผลจากค่า BUN เพียงค่าเดียว แต่ควรพิจารณาร่วมกับค่า Creatinine, eGFR ผลตรวจปัสสาวะ และอาการทางคลินิก
BUN เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งอย่างไร?
ค่า BUN ไม่ใช่สารบ่งชี้มะเร็ง และไม่สามารถใช้วินิจฉัยว่ามีมะเร็งหรือบอกว่าก้อนมะเร็งกำลังเติบโตได้โดยตรง
อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยมะเร็งอาจมีค่า BUN เปลี่ยนแปลงได้จากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะขาดน้ำ รับประทานอาหารได้น้อย การสลายของเนื้อเยื่อ การติดเชื้อ ผลข้างเคียงจากยา หรือการทำงานของไตที่ได้รับผลกระทบจากโรคและการรักษา แพทย์จึงอาจตรวจค่า BUN ร่วมกับค่าการทำงานของไตก่อนและระหว่างการรักษา
ส่วนค่า CEA หรือ CA 15-3 เป็นสารบ่งชี้มะเร็งที่อาจใช้ติดตามผู้ป่วยมะเร็งบางชนิดตามดุลยพินิจของแพทย์ แต่ไม่ควรนำมาแปลผลแทนค่า BUN และไม่สามารถใช้ผลเพียงค่าเดียววินิจฉัยมะเร็งได้
BUN กับโรคภูมิแพ้และโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง
โรคภูมิแพ้ทั่วไปไม่ได้ทำให้ค่า BUN สูงโดยตรง แต่โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองบางชนิด เช่น โรคเอสแอลอีหรือ SLE อาจทำให้ไตอักเสบและส่งผลต่อค่าการทำงานของไตได้
นอกจากนี้ โรคหรือภาวะที่มีการอักเสบของหลอดเลือดและไต รวมถึงการใช้ยาบางชนิด อาจทำให้ค่า BUN และ Creatinine เปลี่ยนแปลง ผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงควรตรวจติดตามการทำงานของไตตามคำแนะนำของแพทย์
กินโปรตีนมากทำให้ BUN สูงหรือไม่?
การรับประทานโปรตีนในปริมาณมากสามารถทำให้ร่างกายสร้างยูเรียเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่า BUN สูงขึ้นได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีไตทำงานลดลง
แต่ผู้ป่วยไม่ควรงดหรือลดโปรตีนด้วยตนเอง เพราะความต้องการโปรตีนแตกต่างกันตามระยะของโรคไต ภาวะโภชนาการ การฟอกไต โรคประจำตัว และแผนการรักษา การจำกัดโปรตีนมากเกินไปอาจทำให้ขาดสารอาหารและสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้
แนวทางดูแลและควบคุมค่า BUN
ดื่มน้ำให้เหมาะสม
ควรดื่มน้ำตามปริมาณที่แพทย์แนะนำ ผู้ที่มีโรคไต โรคหัวใจ อาการบวม หรือปัสสาวะน้อย ไม่ควรเพิ่มปริมาณน้ำด้วยตนเอง
รับประทานโปรตีนอย่างเหมาะสม
เลือกแหล่งโปรตีนคุณภาพดีและรับประทานในปริมาณที่เหมาะกับร่างกาย เช่น ปลา ไข่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน หรือโปรตีนชนิดอื่นตามคำแนะนำของแพทย์และนักกำหนดอาหาร
หลีกเลี่ยงการใช้ยาและอาหารเสริมเอง
ยาบางชนิดอาจส่งผลต่อการทำงานของไต ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับยา สมุนไพร และอาหารเสริมทุกชนิดที่กำลังใช้อยู่
ควบคุมโรคประจำตัว
ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และโรคประจำตัวอื่น ๆ ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเสื่อมของไต
ตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ
ตรวจค่า BUN ร่วมกับ Creatinine, eGFR และผลตรวจอื่นตามนัด โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไต ผู้ป่วยมะเร็ง และผู้ที่ได้รับยาซึ่งอาจส่งผลต่อไต
เมื่อใดควรรีบพบแพทย์?
ควรพบแพทย์หากมีอาการปัสสาวะน้อยลง บวมบริเวณใบหน้า แขน ขา หรือเท้า เหนื่อยผิดปกติ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร คันตามตัว สับสน หายใจลำบาก หรือมีผลตรวจ BUN สูงต่อเนื่อง


