แชร์

ทำความรู้จักค่า BUN ค่าการทำงานของไตที่ผู้ป่วยโรคไตและมะเร็งควรรู้

อัพเดทล่าสุด: 5 ก.ย. 2026
0 ผู้เข้าชม

BUN คืออะไร?



BUN ย่อมาจาก Blood Urea Nitrogen หมายถึงปริมาณไนโตรเจนจากยูเรียที่อยู่ในเลือด ยูเรียเป็นของเสียที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายย่อยสลายโปรตีน จากนั้นจะถูกส่งผ่านกระแสเลือดไปยังไตและขับออกทางปัสสาวะ

การตรวจค่า BUN จึงช่วยให้แพทย์ประเมินความสามารถของไตในการกรองและขับของเสีย รวมถึงใช้ติดตามผู้ที่เป็นโรคไตหรือมีความเสี่ยงต่อการทำงานของไตผิดปกติ

ค่า BUN สูงบอกอะไรได้บ้าง?

ค่า BUN ที่สูงกว่าปกติอาจพบได้เมื่อไตกรองของเสียได้ลดลง แต่ไม่ได้เกิดจากโรคไตเพียงสาเหตุเดียว ปัจจัยอื่นที่ทำให้ค่า BUN สูงได้ ได้แก่

• ร่างกายขาดน้ำ
• รับประทานอาหารโปรตีนสูง
• มีเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร
• ภาวะติดเชื้อรุนแรงหรือร่างกายมีการสลายเนื้อเยื่อมาก
• การใช้ยาบางชนิด
• การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงไตลดลง
• การทำงานของไตเสื่อมลง

ดังนั้น ไม่ควรแปลผลจากค่า BUN เพียงค่าเดียว แต่ควรพิจารณาร่วมกับค่า Creatinine, eGFR ผลตรวจปัสสาวะ และอาการทางคลินิก

BUN เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งอย่างไร?

ค่า BUN ไม่ใช่สารบ่งชี้มะเร็ง และไม่สามารถใช้วินิจฉัยว่ามีมะเร็งหรือบอกว่าก้อนมะเร็งกำลังเติบโตได้โดยตรง

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยมะเร็งอาจมีค่า BUN เปลี่ยนแปลงได้จากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะขาดน้ำ รับประทานอาหารได้น้อย การสลายของเนื้อเยื่อ การติดเชื้อ ผลข้างเคียงจากยา หรือการทำงานของไตที่ได้รับผลกระทบจากโรคและการรักษา แพทย์จึงอาจตรวจค่า BUN ร่วมกับค่าการทำงานของไตก่อนและระหว่างการรักษา

ส่วนค่า CEA หรือ CA 15-3 เป็นสารบ่งชี้มะเร็งที่อาจใช้ติดตามผู้ป่วยมะเร็งบางชนิดตามดุลยพินิจของแพทย์ แต่ไม่ควรนำมาแปลผลแทนค่า BUN และไม่สามารถใช้ผลเพียงค่าเดียววินิจฉัยมะเร็งได้

BUN กับโรคภูมิแพ้และโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง

โรคภูมิแพ้ทั่วไปไม่ได้ทำให้ค่า BUN สูงโดยตรง แต่โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองบางชนิด เช่น โรคเอสแอลอีหรือ SLE อาจทำให้ไตอักเสบและส่งผลต่อค่าการทำงานของไตได้

นอกจากนี้ โรคหรือภาวะที่มีการอักเสบของหลอดเลือดและไต รวมถึงการใช้ยาบางชนิด อาจทำให้ค่า BUN และ Creatinine เปลี่ยนแปลง ผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงควรตรวจติดตามการทำงานของไตตามคำแนะนำของแพทย์

กินโปรตีนมากทำให้ BUN สูงหรือไม่?

การรับประทานโปรตีนในปริมาณมากสามารถทำให้ร่างกายสร้างยูเรียเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่า BUN สูงขึ้นได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีไตทำงานลดลง

แต่ผู้ป่วยไม่ควรงดหรือลดโปรตีนด้วยตนเอง เพราะความต้องการโปรตีนแตกต่างกันตามระยะของโรคไต ภาวะโภชนาการ การฟอกไต โรคประจำตัว และแผนการรักษา การจำกัดโปรตีนมากเกินไปอาจทำให้ขาดสารอาหารและสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้

แนวทางดูแลและควบคุมค่า BUN

ดื่มน้ำให้เหมาะสม
ควรดื่มน้ำตามปริมาณที่แพทย์แนะนำ ผู้ที่มีโรคไต โรคหัวใจ อาการบวม หรือปัสสาวะน้อย ไม่ควรเพิ่มปริมาณน้ำด้วยตนเอง

รับประทานโปรตีนอย่างเหมาะสม
เลือกแหล่งโปรตีนคุณภาพดีและรับประทานในปริมาณที่เหมาะกับร่างกาย เช่น ปลา ไข่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน หรือโปรตีนชนิดอื่นตามคำแนะนำของแพทย์และนักกำหนดอาหาร

หลีกเลี่ยงการใช้ยาและอาหารเสริมเอง
ยาบางชนิดอาจส่งผลต่อการทำงานของไต ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับยา สมุนไพร และอาหารเสริมทุกชนิดที่กำลังใช้อยู่

ควบคุมโรคประจำตัว
ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และโรคประจำตัวอื่น ๆ ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเสื่อมของไต

ตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ
ตรวจค่า BUN ร่วมกับ Creatinine, eGFR และผลตรวจอื่นตามนัด โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไต ผู้ป่วยมะเร็ง และผู้ที่ได้รับยาซึ่งอาจส่งผลต่อไต

เมื่อใดควรรีบพบแพทย์?

ควรพบแพทย์หากมีอาการปัสสาวะน้อยลง บวมบริเวณใบหน้า แขน ขา หรือเท้า เหนื่อยผิดปกติ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร คันตามตัว สับสน หายใจลำบาก หรือมีผลตรวจ BUN สูงต่อเนื่อง


บทความที่เกี่ยวข้อง
รู้เท่าทัน “มะเร็งปอด” สาเหตุ สัญญาณเตือน และวิธีลดความเสี่ยง
มะเร็งปอดเป็นโรคที่ควรให้ความสำคัญ เพราะในระยะแรกอาจยังไม่มีอาการชัดเจน หลายคนจึงตรวจพบเมื่อโรคเริ่มลุกลาม การรู้จักปัจจัยเสี่ยงและสังเกตความผิดปกติของร่างกายตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงมีส่วนช่วยให้เข้าสู่กระบวนการตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาได้เร็วขึ้น
8 ส.ค. 2026
โรคไตแบ่งออกเป็น 5 ระยะ รู้ค่า eGFR เพื่อดูแลไตให้ทันเวลา
โรคไตเรื้อรังเป็นภาวะที่การทำงานของไตค่อย ๆ ลดลง โดยเฉพาะในระยะแรกผู้ป่วยอาจไม่มีอาการผิดปกติที่ชัดเจน ทำให้หลายคนไม่ทราบว่าตนเองมีความเสี่ยง การตรวจเลือดเพื่อประเมินค่า eGFR จึงเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญที่ช่วยบอกระดับการทำงานของไตและแบ่งระยะของโรคไตได้
3 ส.ค. 2026
สารก่อมะเร็ง ภัยร้ายใกล้ตัว
รู้เท่าทัน หลีกเลี่ยงความเสี่ยง เพราะการป้องกันมะเร็งเริ่มต้นได้จากชีวิตประจำวัน คำว่า “สารก่อมะเร็ง” หมายถึง สารหรือปัจจัยบางอย่างที่สามารถทำลายสารพันธุกรรม รบกวนการทำงานของเซลล์ หรือเพิ่มโอกาสที่เซลล์ภายในร่างกายจะเจริญเติบโตผิดปกติจนพัฒนาเป็นมะเร็งได้ สารก่อมะเร็งไม่ได้มีเฉพาะสารเคมีอันตรายในโรงงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงควันบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รังสีอัลตราไวโอเลต อาหารบางประเภท และมลพิษทางอากาศที่เราอาจสัมผัสอยู่เป็นประจำ
26 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy