แชร์

การป้องกันภาวะสมองเสื่อม

อัพเดทล่าสุด: 13 ส.ค. 2026
77 ผู้เข้าชม

 
การป้องกันภาวะสมองเสื่อม
ดูแลวันนี้ เพื่อสมองที่แข็งแรงในวันข้างหน้า



ภาวะสมองเสื่อมสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการออกกำลังกาย การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการฝึกสมองให้ทำงานอยู่เสมอ

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
เลือกกิจกรรมที่เหมาะกับร่างกาย เช่น ว่ายน้ำ แอโรบิก หรือเดินเร็ว เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและส่งเสริมสุขภาพสมอง ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ครั้งละประมาณ 30 นาที

ดูแลสุขภาพโดยรวม
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม พักผ่อนให้เพียงพอ และหมั่นตรวจสุขภาพ เพื่อช่วยลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อสมองในระยะยาว

ฝึกสมองทั้ง 2 ซีก
การทำท่าบริหารง่าย ๆ ที่ต้องใช้มือทั้งสองข้างแตกต่างกัน ช่วยกระตุ้นการประสานงานของสมองและร่างกาย เช่น

1. ท่าโป้ง–ก้อย
สลับมือข้างหนึ่งชูนิ้วโป้ง อีกข้างชูนิ้วก้อย แล้วสลับไปมา

2. ท่าจีบ–แอล
มือข้างหนึ่งทำท่าจีบ อีกข้างทำเป็นรูปตัว L จากนั้นสลับข้างอย่างต่อเนื่อง

3. ท่าจับจมูก–จับหู
ใช้มือข้างหนึ่งจับจมูก และอีกข้างจับหูฝั่งตรงข้าม จากนั้นสลับมือไปมา

การดูแลสมองไม่จำเป็นต้องรอให้อายุมาก เริ่มต้นจากพฤติกรรมเล็ก ๆ ในทุกวัน ก็มีส่วนช่วยส่งเสริมความจำ การคิด และคุณภาพชีวิตในอนาคตได้


บทความที่เกี่ยวข้อง
2 สัญญาณเตือน “ไตเสื่อม” ที่สังเกตได้ก่อนสายเกินไป
โรคไตในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการอย่างชัดเจน แต่เมื่อไตเริ่มทำงานผิดปกติ ร่างกายอาจส่งสัญญาณเตือนบางอย่าง เช่น อาการบวมและปัสสาวะเป็นฟอง หากพบอาการเหล่านี้บ่อยหรือเป็นต่อเนื่อง ควรเข้ารับการตรวจเพื่อค้นหาสาเหตุอย่างเหมาะสม
6 ก.ย. 2026
ผู้ป่วยเบาหวานสามารถรับประทานผลไม้รสหวานได้หรือไม่?
ผู้ป่วยเบาหวานสามารถรับประทานผลไม้ได้ เนื่องจากผลไม้เป็นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างไรก็ตาม ผลไม้มีน้ำตาลตามธรรมชาติ หากรับประทานในปริมาณมากเกินความเหมาะสม อาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นได้
31 ก.ค. 2026
เช็กลิสต์สัญญาณเตือนโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม
มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยที่ผู้ป่วยอาจไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก บางคนอาจมีเพียงความผิดปกติเล็กน้อยเกี่ยวกับการขับถ่าย เช่น ท้องผูกบ่อยขึ้น ถ่ายไม่สุด หรือมีเลือดปนในอุจจาระ จึงทำให้เข้าใจว่าเป็นเพียงอาการของโรคริดสีดวงทวารหรือปัญหาทางเดินอาหารทั่วไป อย่างไรก็ตาม หากความผิดปกติเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง เป็นมากขึ้น หรือมีหลายอาการร่วมกัน ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุ เพราะการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนได้
25 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy