แชร์

5 สัญญาณเตือน ใครเสี่ยงเบาหวาน? รู้ก่อน ป้องกันได้

อัพเดทล่าสุด: 14 ส.ค. 2026
110 ผู้เข้าชม

5 สัญญาณเตือน ใครเสี่ยงเบาหวาน? รู้ก่อน ป้องกันได้
โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ทันรู้ตัว โดยเฉพาะในผู้ที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือมีปัจจัยเสี่ยงบางอย่าง การสังเกตสัญญาณเตือนและเริ่มปรับพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคและภาวะแทรกซ้อนในอนาคต




1. น้ำหนักเกิน หรือมีภาวะอ้วนลงพุง
ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน โดยเฉพาะมีไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง มีโอกาสเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินมากขึ้น

โดยสามารถสังเกตเบื้องต้นจากรอบเอว

ผู้หญิง รอบเอวมากกว่า 32 นิ้ว
ผู้ชาย รอบเอวมากกว่า 36 นิ้ว
ควรใส่ใจเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม

2. ความดันโลหิตสูง หรือมีไขมันในเลือดสูง
ความดันโลหิตสูงและภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ มักพบร่วมกับภาวะดื้อต่ออินซูลินและโรคเมตาบอลิก จึงควรตรวจสุขภาพและติดตามค่าต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ

3. มีพ่อ แม่ หรือพี่น้องเป็นเบาหวาน
ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวสายตรงเป็นโรคเบาหวาน อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากปัจจัยด้านพันธุกรรม จึงควรให้ความสำคัญกับการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดและดูแลพฤติกรรมสุขภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ

4. รับประทานอาหารหวาน มัน เค็มเป็นประจำ
การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมสูงบ่อย ๆ อาจนำไปสู่น้ำหนักเกิน ไขมันสะสม และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังหลายชนิด รวมถึงโรคเบาหวาน

ควรลดเครื่องดื่มหวาน ขนมหวาน อาหารทอด และอาหารแปรรูป พร้อมเพิ่มผักและเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น

5. อายุ 35 ปีขึ้นไป
เมื่ออายุมากขึ้น การเผาผลาญและการตอบสนองต่ออินซูลินของร่างกายอาจเปลี่ยนแปลง หากมีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย ควรตรวจสุขภาพและระดับน้ำตาลในเลือดตามคำแนะนำของแพทย์

สาเหตุสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยง
ปัจจัยที่พบได้บ่อย ได้แก่

น้ำหนักเกินหรือมีภาวะอ้วนลงพุง
รับประทานอาหารหวาน มัน เค็ม ไม่เหมาะสม
ขาดการออกกำลังกาย
มีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน
มีความดันโลหิตสูงหรือไขมันในเลือดสูง
ป้องกันเบาหวาน เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้
การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้ เช่น เลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม ลดหวาน มัน เค็ม ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และเข้ารับการตรวจสุขภาพตามความเหมาะสม

หากพบว่าตนเองมีหลายปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน หรือมีอาการผิดปกติ เช่น ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำมาก เหนื่อยง่าย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือแผลหายช้า ควรเข้ารับการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด

รู้ความเสี่ยงเร็ว ปรับพฤติกรรมเร็ว ช่วยลดโอกาสเกิดเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้


บทความที่เกี่ยวข้อง
ลดน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ต้องออกกำลังกายเท่าไหร่?
หลายคนอาจสงสัยว่า หากต้องการลดน้ำหนักให้ได้ 1 กิโลกรัม จะต้องออกกำลังกายนานแค่ไหน? ความจริงแล้ว การลดน้ำหนักไม่ได้ขึ้นอยู่กับการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการทำให้ร่างกายใช้พลังงานมากกว่าพลังงานที่ได้รับ หรือที่เรียกว่า “ภาวะพลังงานติดลบ”
13 ก.ย. 2026
กลุ่มอาหารที่มีคุณสมบัติช่วยลดความเสี่ยงมะเร็ง
การเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลายและมีประโยชน์ โดยเฉพาะผัก ผลไม้ ธัญพืช และสมุนไพร เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพที่อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง เนื่องจากอาหารเหล่านี้มีใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของร่างกาย
31 ก.ค. 2026
9 ข้อที่อาจเสี่ยง “โรคไต” สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
ไตเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยกรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากเลือด รักษาสมดุลของน้ำและแร่ธาตุ รวมถึงมีส่วนช่วยควบคุมความดันโลหิต เมื่อไตเริ่มทำงานผิดปกติ ร่างกายอาจแสดงความเปลี่ยนแปลงหลายรูปแบบ แต่โรคไตเรื้อรังในระยะแรกมักไม่แสดงอาการชัดเจน ผู้ป่วยจำนวนมากจึงไม่ทราบว่าตนเองมีความผิดปกติจนกระทั่งตรวจเลือดหรือตรวจปัสสาวะพบ
25 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy