แชร์

โรคหัวใจแต่ละชนิด อาการเป็นอย่างไร?

อัพเดทล่าสุด: 30 ก.ค. 2026
5 ผู้เข้าชม
โรคหัวใจแต่ละชนิด อาการเป็นอย่างไร?
โรคหัวใจไม่ได้มีเพียงชนิดเดียว แต่ครอบคลุมความผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจ ลิ้นหัวใจ โครงสร้างหัวใจ และจังหวะการเต้นของหัวใจ อาการของแต่ละโรคอาจแตกต่างกัน และบางอาการสามารถเกิดร่วมกันได้ การสังเกตความผิดปกติของร่างกายจึงมีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยเข้ารับการตรวจได้เร็วขึ้น1. โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเกิดจากหลอดเลือดที่นำเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจตีบแคบลง ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงที่ร่างกายต้องการออกซิเจนมากขึ้น เช่น ขณะเดินเร็ว ขึ้นบันได หรือออกกำลังกาย

อาการที่พบบ่อย ได้แก่ เจ็บ จุก หรือแน่นบริเวณหน้าอกด้านซ้าย ตรงกลางหน้าอก หรือบริเวณลิ้นปี่ บางรายอาจรู้สึกเหมือนมีของหนักกดทับหน้าอก รวมถึงมีอาการหอบเหนื่อย หายใจไม่เต็มอิ่ม เหงื่อออก ใจสั่น หรือหน้ามืด อาการเจ็บหน้าอกและหายใจลำบากถือเป็นอาการสำคัญที่ควรได้รับการประเมินจากแพทย์

ในรายที่โรครุนแรงขึ้น ผู้ป่วยอาจเหนื่อยง่ายกว่าปกติ หรือมีอาการหอบเหนื่อยแม้ไม่ได้ออกแรง หากเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง เจ็บต่อเนื่อง มีเหงื่อออกมาก คลื่นไส้ หน้ามืด หรือเจ็บร้าวไปที่แขน คอ กราม หรือหลัง ควรรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

2. โรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง โรคลิ้นหัวใจ และโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
โรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง โรคลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว และโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด อาจส่งผลให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้ไม่เพียงพอ หรือทำให้เลือดไหลเวียนผ่านหัวใจผิดปกติ เมื่อการทำงานของหัวใจลดลง ผู้ป่วยอาจเริ่มมีอาการเหนื่อยง่ายและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้น้อยลง

อาการที่ควรสังเกต ได้แก่ เหนื่อยหรือหอบเมื่อออกแรง ใจเต้นเร็วหรือเต้นแรงผิดปกติ หายใจลำบากเมื่อนอนราบ ต้องหนุนหมอนสูงขึ้น หรือตื่นขึ้นมาหอบในเวลากลางคืน บางรายอาจมีอาการบวมบริเวณเท้า ข้อเท้า หรือขา ร่วมกับท้องอืด อิ่มเร็ว หรือแน่นท้อง ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการคั่งของน้ำในร่างกาย

อาการเหล่านี้อาจค่อย ๆ เกิดขึ้นจนผู้ป่วยไม่ทันสังเกต หากเริ่มเหนื่อยง่ายกว่าปกติ เดินระยะเดิมไม่ได้ หายใจไม่สะดวกเมื่อนอนราบ หรือมีอาการบวมเพิ่มขึ้น ควรเข้ารับการตรวจเพื่อประเมินการทำงานของหัวใจ

3. โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ
โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นภาวะที่หัวใจเต้นเร็วเกินไป ช้าเกินไป หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ ความผิดปกตินี้อาจทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองและอวัยวะต่าง ๆ ได้ไม่เพียงพอ โดยความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับชนิดของความผิดปกติ ระยะเวลาที่เกิด และสุขภาพหัวใจของแต่ละบุคคล

อาการที่พบได้ ได้แก่ ใจสั่น รู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็ว เต้นแรง หรือเต้นสะดุด เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก หายใจไม่เต็มอิ่ม หน้ามืด เป็นลม หรือหมดสติ บางคนอาจไม่มีอาการและตรวจพบความผิดปกติจากการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเท่านั้น

หากมีอาการใจสั่นร่วมกับเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หน้ามืดมาก เป็นลม หรือหมดสติ ควรรีบเข้ารับการช่วยเหลือ เนื่องจากอาจเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการตรวจและรักษาอย่างรวดเร็ว

อาการคล้ายกัน ไม่ควรวินิจฉัยด้วยตนเอง
อาการเจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย ใจสั่น หน้ามืด หรือขาบวม อาจเกิดจากโรคหัวใจได้หลายชนิด รวมถึงโรคของระบบอื่น การวินิจฉัยจึงต้องอาศัยประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจเพิ่มเติมตามดุลยพินิจของแพทย์ เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อน หรือการตรวจหลอดเลือดหัวใจ

บทความที่เกี่ยวข้อง
โรคไตวายระยะสุดท้าย รักษาอย่างไร? รู้จักอาการและทางเลือกในการรักษา
ไตเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่กรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากเลือด ช่วยรักษาสมดุลของน้ำ เกลือแร่ และสารต่าง ๆ ภายในร่างกาย รวมถึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการควบคุมความดันโลหิต การสร้างเม็ดเลือดแดง และการดูแลความแข็งแรงของกระดูก
25 ก.ค. 2026
สาเหตุ + วิธีแก้โรคความดันโลหิตสูง
ปรับพฤติกรรม ลดความเสี่ยง ดูแลหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูงเป็นภาวะที่ต้องใส่ใจ เพราะผู้ป่วยจำนวนมากอาจไม่มีอาการเตือนอย่างชัดเจน แต่หากปล่อยให้ความดันโลหิตสูงต่อเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะแทรกซ้อนด้านสุขภาพอื่น ๆ ได้ การตรวจวัดความดันอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน จึงมีส่วนสำคัญในการป้องกันและควบคุมความดันโลหิต
30 ก.ค. 2026
7 ตุลาคม วันมะเร็งเต้านมสากล  "Wolrd Breast Cancer Day"
วันมะเร็งเต้านมสากล "Wolrd Breast Cancer Day"
3 ต.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy