แชร์

โรคหัวใจแต่ละชนิด อาการเป็นอย่างไร?

อัพเดทล่าสุด: 30 ก.ค. 2026
52 ผู้เข้าชม
โรคหัวใจแต่ละชนิด อาการเป็นอย่างไร?
โรคหัวใจไม่ได้มีเพียงชนิดเดียว แต่ครอบคลุมความผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจ ลิ้นหัวใจ โครงสร้างหัวใจ และจังหวะการเต้นของหัวใจ อาการของแต่ละโรคอาจแตกต่างกัน และบางอาการสามารถเกิดร่วมกันได้ การสังเกตความผิดปกติของร่างกายจึงมีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยเข้ารับการตรวจได้เร็วขึ้น1. โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเกิดจากหลอดเลือดที่นำเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจตีบแคบลง ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงที่ร่างกายต้องการออกซิเจนมากขึ้น เช่น ขณะเดินเร็ว ขึ้นบันได หรือออกกำลังกาย

อาการที่พบบ่อย ได้แก่ เจ็บ จุก หรือแน่นบริเวณหน้าอกด้านซ้าย ตรงกลางหน้าอก หรือบริเวณลิ้นปี่ บางรายอาจรู้สึกเหมือนมีของหนักกดทับหน้าอก รวมถึงมีอาการหอบเหนื่อย หายใจไม่เต็มอิ่ม เหงื่อออก ใจสั่น หรือหน้ามืด อาการเจ็บหน้าอกและหายใจลำบากถือเป็นอาการสำคัญที่ควรได้รับการประเมินจากแพทย์

ในรายที่โรครุนแรงขึ้น ผู้ป่วยอาจเหนื่อยง่ายกว่าปกติ หรือมีอาการหอบเหนื่อยแม้ไม่ได้ออกแรง หากเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง เจ็บต่อเนื่อง มีเหงื่อออกมาก คลื่นไส้ หน้ามืด หรือเจ็บร้าวไปที่แขน คอ กราม หรือหลัง ควรรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

2. โรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง โรคลิ้นหัวใจ และโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
โรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง โรคลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว และโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด อาจส่งผลให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้ไม่เพียงพอ หรือทำให้เลือดไหลเวียนผ่านหัวใจผิดปกติ เมื่อการทำงานของหัวใจลดลง ผู้ป่วยอาจเริ่มมีอาการเหนื่อยง่ายและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้น้อยลง

อาการที่ควรสังเกต ได้แก่ เหนื่อยหรือหอบเมื่อออกแรง ใจเต้นเร็วหรือเต้นแรงผิดปกติ หายใจลำบากเมื่อนอนราบ ต้องหนุนหมอนสูงขึ้น หรือตื่นขึ้นมาหอบในเวลากลางคืน บางรายอาจมีอาการบวมบริเวณเท้า ข้อเท้า หรือขา ร่วมกับท้องอืด อิ่มเร็ว หรือแน่นท้อง ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการคั่งของน้ำในร่างกาย

อาการเหล่านี้อาจค่อย ๆ เกิดขึ้นจนผู้ป่วยไม่ทันสังเกต หากเริ่มเหนื่อยง่ายกว่าปกติ เดินระยะเดิมไม่ได้ หายใจไม่สะดวกเมื่อนอนราบ หรือมีอาการบวมเพิ่มขึ้น ควรเข้ารับการตรวจเพื่อประเมินการทำงานของหัวใจ

3. โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ
โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นภาวะที่หัวใจเต้นเร็วเกินไป ช้าเกินไป หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ ความผิดปกตินี้อาจทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองและอวัยวะต่าง ๆ ได้ไม่เพียงพอ โดยความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับชนิดของความผิดปกติ ระยะเวลาที่เกิด และสุขภาพหัวใจของแต่ละบุคคล

อาการที่พบได้ ได้แก่ ใจสั่น รู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็ว เต้นแรง หรือเต้นสะดุด เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก หายใจไม่เต็มอิ่ม หน้ามืด เป็นลม หรือหมดสติ บางคนอาจไม่มีอาการและตรวจพบความผิดปกติจากการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเท่านั้น

หากมีอาการใจสั่นร่วมกับเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หน้ามืดมาก เป็นลม หรือหมดสติ ควรรีบเข้ารับการช่วยเหลือ เนื่องจากอาจเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการตรวจและรักษาอย่างรวดเร็ว

อาการคล้ายกัน ไม่ควรวินิจฉัยด้วยตนเอง
อาการเจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย ใจสั่น หน้ามืด หรือขาบวม อาจเกิดจากโรคหัวใจได้หลายชนิด รวมถึงโรคของระบบอื่น การวินิจฉัยจึงต้องอาศัยประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจเพิ่มเติมตามดุลยพินิจของแพทย์ เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อน หรือการตรวจหลอดเลือดหัวใจ

บทความที่เกี่ยวข้อง
เช็กลิสต์สัญญาณเตือนโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม
มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยที่ผู้ป่วยอาจไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก บางคนอาจมีเพียงความผิดปกติเล็กน้อยเกี่ยวกับการขับถ่าย เช่น ท้องผูกบ่อยขึ้น ถ่ายไม่สุด หรือมีเลือดปนในอุจจาระ จึงทำให้เข้าใจว่าเป็นเพียงอาการของโรคริดสีดวงทวารหรือปัญหาทางเดินอาหารทั่วไป อย่างไรก็ตาม หากความผิดปกติเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง เป็นมากขึ้น หรือมีหลายอาการร่วมกัน ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุ เพราะการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนได้
25 ก.ค. 2026
5 สัญญาณเตือน ใครเสี่ยงเบาหวาน? รู้ก่อน ป้องกันได้
โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ทันรู้ตัว โดยเฉพาะในผู้ที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือมีปัจจัยเสี่ยงบางอย่าง การสังเกตสัญญาณเตือนและเริ่มปรับพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคและภาวะแทรกซ้อนในอนาคต
10 ส.ค. 2026
9 ข้อที่อาจเสี่ยง “โรคไต” สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
ไตเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยกรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากเลือด รักษาสมดุลของน้ำและแร่ธาตุ รวมถึงมีส่วนช่วยควบคุมความดันโลหิต เมื่อไตเริ่มทำงานผิดปกติ ร่างกายอาจแสดงความเปลี่ยนแปลงหลายรูปแบบ แต่โรคไตเรื้อรังในระยะแรกมักไม่แสดงอาการชัดเจน ผู้ป่วยจำนวนมากจึงไม่ทราบว่าตนเองมีความผิดปกติจนกระทั่งตรวจเลือดหรือตรวจปัสสาวะพบ
25 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy