แชร์

ตับคืออะไร

อัพเดทล่าสุด: 30 ก.ค. 2026
2477 ผู้เข้าชม

ตับคืออะไร  ตับเป็นอวัยวะที่สำคัญอวัยวะหนึ่งของร่างกาย
      มีน้ำหนักประมาณ 1,400 - 1,800 กรัม รูปร่างของตับคล้ายกับสามเหลี่ยมชายธง ตำแหน่งของตับจะอยู่ใต้ชายโครงข้างขวา ทอดยาวไปทางด้านซ้ายอยู่ใต้กะบังลม ด้านล่างติดกับถุงน้ำดีและลำไส้ใหญ่ส่วนกลางด้านซ้ายติดกับกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็กและตับอ่อน  โดยปกติตับจะมีสีแดงเข้มเกือบเป็นสีดำแดง

ตับ  อวัยวะสุดสำคัญที่ปล่อยให้พังไม่ได้
     ตับเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่มากกว่า 500 อย่างเพื่อให้มนุษย์เราสามารถดำรงชีพในชีวิตประจำวัน และมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการทำงานของร่างกายมนุษย์เป็นอย่างมาก เปรียบได้กับโรงงานที่สำคัญขนาดใหญ่ในร่างกายเรา

หน้าที่ของ "ตับ"
     ตับ เป็นอวัยวะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดภายในร่างกาย ทำหน้าที่ควบคุมสภาพร่างกายให้มีความสมดุล ช่วยขจัดสารพิษออกจากเลือด สร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อ และกำจัดเชื้อโรคต่าง ๆ ออกจากเลือด นอกจากนี้ยังสร้างโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบที่ทำให้เลือดแข็งตัว รวมถึงสร้างน้ำดีซึ่งช่วยดูดซึมไขมันและวิตามินชนิดละลายน้ำในน้ำมัน

              หน้าที่หลักของตับอีกอย่างก็คือ การกรองของเสียและขจัดสารพิษตกค้างจากการรับประทานอาหารออกจากร่างกายเรา ยิ่งหากเราเลือกรับประทานอาหารที่ไม่มีคุณประโยชน์อาจส่งผลเสียต่อตับได้

 

พฤติกรรมเสี่ยงโรคตับ
              ตับมีหน้าที่ขจัดสารพิษ เมื่อไหร่ก็ตามที่ละเลยขาดการเอาใจใส่ ทั้งเรื่องของการกินและการใช้ชีวิตประจำวันล้วนส่งผลต่อสุขภาพของตับเราทั้งนั้นเลยค่ะ สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ตับมีปัญหาและเกิดโรคตับ มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการรับประทานอาหารของแต่ละคนที่เปลี่ยนไป

พฤติกรรมที่ทำให้คุณเสี่ยงโรคตับ เช่น
                 รับประทานอาหารปิ้งย่าง อาหารที่มีไขมันสูง การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ประเภท ปิ้งย่าง ของทอด ของมันๆ และอาหารที่มีไขมันสูง เช่น นม เนย กะทิ ชีส จะทำให้ร่างกายมีไขมันส่วนเกินมากเกินไป จนทำให้เกิดไขมันในเลือดสูง ไขมันสะสมที่ตับจนนำไปสู่โรคไขมันพอกตับ

                ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ  ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำในปริมาณมากเป็นระยะเวลานาน จะเสี่ยงเป็นโรคตับมากกว่าใคร เนื่องจากแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มเหล่านี้จะทำให้มีไขมันสะสมในตับ

                การรับประทานยาและอาหารเสริม  เมื่อร่างกายได้รับยาบางชนิดในปริมาณสูง หรือติดต่อกันเป็นเวลานาน ตับจะไม่สามารถทำลายได้ทัน เหลือเป็นส่วนเกินและมีฤทธิ์ทำลายเนื้อตับ

                ภาวะอ้วนลงพุง เมื่อมีไขมันสะสมในช่องท้องมากเกินไป จนทำให้เกิดการสะสมของไขมันที่ตับ นำไปสู่ภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ตับอักเสบเรื้อรังจนกลายเป็นโรคตับแข็ง

               รับประทานน้ำตาลมากจนเกินไป โดยเฉพาะน้ำตาลฟรุกโตสซึ่งมักพบในเครื่องดื่มที่มีรสหวานจะเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมอยู่ในตับ ดังนั้นการรับประทานอาหารที่มีฟรุกโตสมากเกินไปจึงเป็นการทำร้ายตับ การมีระดับน้ำตาลที่สูงทำให้เกิดการสะสมไขมันในตับจนกลายเป็นโรคไขมันพอกตับได้ แม้จะไม่ได้มีภาวะน้ำหนักเกินก็ตาม

 

                   หากไม่อยากเป็นโรคตับ ก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อหาภาวะตับอักเสบ ไขมันพอกตับ และพังผืดในตับ เพราะการตรวจพบในเบื้องต้นจะสามารถรักษาได้ดีกว่าปล่อยทิ้งไว้จนกลายเป็นมะเร็งตับ

                   ตับถือเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกายเราเป็นอย่างมาก ด้วยสาเหตุนี้ เราควรใส่ใจดูแลสุขภาพตับของเราให้ทำหน้าที่ได้ดีอยู่ตลอดนะคะ



หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 098-851-5191 หรือ 035-249-500 กด 811

 




บทความที่เกี่ยวข้อง
ไตวาย ป้องกันไว้…ไม่ให้สายเกินแก้
โรคไตเรื้อรังมักค่อย ๆ ดำเนินไปโดยไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก หลายคนจึงไม่รู้ว่าการทำงานของไตเริ่มลดลง จนกระทั่งเข้าสู่ระยะที่รักษาได้ยากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เป็น โรคเบาหวาน และ โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลอดเลือดและหน่วยกรองของไตเสื่อมเร็วกว่าปกติ
7 ส.ค. 2026
โรคไตวายระยะสุดท้าย รักษาอย่างไร? รู้จักอาการและทางเลือกในการรักษา
ไตเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่กรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากเลือด ช่วยรักษาสมดุลของน้ำ เกลือแร่ และสารต่าง ๆ ภายในร่างกาย รวมถึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการควบคุมความดันโลหิต การสร้างเม็ดเลือดแดง และการดูแลความแข็งแรงของกระดูก
25 ก.ค. 2026
 โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก  ภัยเงียบช่วงหน้าร้อน
รู้จักโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก ( Heatstroke ) คือ โรคอันตรายที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าร้อน โดยเกิดจากอากาศที่ร้อนมากเกินไป ทำให้เกิดภาวะร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ เมื่อเกิดอาการแล้วไม่ได้รับการรักษาในทันที อาจส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อระบบหัวใจ ระบบสมอง ไต และกล้ามเนื้อ อาจทำให้อันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ช่วงฤดูร้อน หลายจังหวัดในประเทศไทยมีอุณหภูมิทะลุสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส อากาศที่ร้อนจัดทำให้เสี่ยงต่อโรคลมแดด ได้ง่าย
12 มิ.ย. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy