แชร์

พฤติกรรมการกินกับความเสี่ยงมะเร็ง กินอย่างไรให้สุขภาพดีและลดปัจจัยเสี่

อัพเดทล่าสุด: 29 ต.ค. 2026
19 ผู้เข้าชม


อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าอาหารทุกชนิดจะก่อให้เกิดมะเร็ง การเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลาย มีคุณค่าทางโภชนาการ และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง สามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพและลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางประเภทได้

1. คาร์โบไฮเดรต อาหารหลักที่ร่างกายต้องการ
คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของร่างกาย พบได้ในข้าว แป้ง ขนมปัง ธัญพืช และอาหารประเภทหัวต่าง ๆ การรับประทานคาร์โบไฮเดรตไม่ได้หมายความว่าจะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเสมอไป แต่ควรคำนึงถึงชนิดและปริมาณที่เหมาะสม

วิธีเลือกรับประทานคาร์โบไฮเดรตให้ดีต่อสุขภาพ

เลือกข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต และธัญพืชไม่ขัดสี
รับประทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการพลังงาน
เพิ่มผัก ผลไม้ และอาหารที่มีใยอาหาร
ลดขนมหวานและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง
การรับประทานธัญพืชไม่ขัดสีและอาหารที่มีใยอาหารอย่างเพียงพอ มีหลักฐานว่าสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ลดลงของมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง

2. โปรตีน เลือกชนิดและวิธีปรุงให้เหมาะสม
โปรตีนมีความสำคัญต่อการสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ รวมถึงการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย พบได้ในเนื้อสัตว์ ปลา ไข่ นม ถั่ว และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง

เลือกโปรตีนอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ?

ควรรับประทานโปรตีนจากแหล่งอาหารที่หลากหลาย เช่น ปลา เนื้อไก่ไม่ติดหนัง ไข่ เต้าหู้ และถั่วต่าง ๆ พร้อมจำกัดการบริโภคเนื้อแดงและลดเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน และแฮม

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า การบริโภคเนื้อสัตว์แปรรูปมีความเชื่อมโยงเชิงสาเหตุกับมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ส่วนเนื้อแดงจัดอยู่ในกลุ่มที่น่าจะก่อมะเร็งในมนุษย์

นอกจากนี้ การปรุงเนื้อสัตว์ด้วยความร้อนสูง เช่น ปิ้ง ย่าง หรือทอดจนไหม้เกรียม อาจทำให้เกิดสารบางชนิดที่สามารถทำลายสารพันธุกรรมได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานส่วนที่ไหม้เกรียมเป็นประจำ

3. กาแฟเป็นสารก่อมะเร็งจริงหรือไม่?
หลายคนอาจกังวลว่าการดื่มกาแฟทุกวันจะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง แต่จากการประเมินขององค์การวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะจัดว่าการดื่มกาแฟก่อมะเร็งในมนุษย์

อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มอื่นขณะร้อนจัด โดยเฉพาะอุณหภูมิสูงกว่า 65 องศาเซลเซียส ซึ่งถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่น่าจะก่อมะเร็งในมนุษย์ โดยมีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งหลอดอาหาร

หากดื่มกาแฟเป็นประจำ ควรเลือกสูตรที่มีน้ำตาลน้อยหรือไม่เติมน้ำตาล และพิจารณาปริมาณคาเฟอีนให้เหมาะกับสุขภาพของแต่ละบุคคล

4. เนื้อย่างไหม้เกรียม ความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม
การรับประทานอาหารปิ้งย่างเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่เมื่อเนื้อสัตว์สัมผัสความร้อนสูงหรือเปลวไฟโดยตรง อาจเกิดสารกลุ่ม Heterocyclic Amines (HCAs) และ Polycyclic Aromatic Hydrocarbons (PAHs)

สารเหล่านี้มีคุณสมบัติที่อาจทำลาย DNA ได้จากหลักฐานการทดลอง แม้ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุโดยตรงกับมะเร็งในมนุษย์ยังมีข้อจำกัดด้านหลักฐาน

วิธีลดการสัมผัสสารจากเนื้อย่าง

หลีกเลี่ยงการย่างเนื้อสัตว์จนดำไหม้
ตัดส่วนที่ไหม้เกรียมออกก่อนรับประทาน
ลดระยะเวลาที่เนื้อสัตว์สัมผัสเปลวไฟโดยตรง
เลือกวิธีปรุงอื่นสลับกัน เช่น ต้ม นึ่ง หรือตุ๋น
5. ปรับพฤติกรรมการกิน เพื่อลดความเสี่ยงมะเร็ง
การดูแลสุขภาพสามารถเริ่มต้นได้จากมื้ออาหารในชีวิตประจำวัน ด้วยการเลือกรับประทานอาหารให้ครบถ้วนและหลากหลาย

แนวทางที่ควรปฏิบัติ

รับประทานผักและผลไม้ให้เพียงพอและหลากหลาย
เลือกธัญพืชไม่ขัดสีและอาหารที่มีใยอาหารสูง
รับประทานโปรตีนจากหลากหลายแหล่ง
จำกัดเนื้อแดงและหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์แปรรูปให้มากที่สุด
ลดอาหารปิ้งย่างที่ไหม้เกรียมและเครื่องดื่มหวาน
รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสมและออกกำลังกายสม่ำเสมอ
สรุป: กินอย่างเข้าใจ ห่างไกลปัจจัยเสี่ยงมะเร็ง
การลดความเสี่ยงมะเร็งไม่ได้หมายถึงการงดอาหารทุกชนิดที่ชอบ แต่เป็นการสร้างสมดุลของการรับประทานอาหาร เลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ปรุงอาหารอย่างเหมาะสม และลดพฤติกรรมที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในระยะยาว

เพราะสุขภาพที่ดี เริ่มต้นได้จากการเลือกกินอย่างใส่ใจในทุกวัน

บทความที่เกี่ยวข้อง
 โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก  ภัยเงียบช่วงหน้าร้อน
รู้จักโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก ( Heatstroke ) คือ โรคอันตรายที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าร้อน โดยเกิดจากอากาศที่ร้อนมากเกินไป ทำให้เกิดภาวะร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ เมื่อเกิดอาการแล้วไม่ได้รับการรักษาในทันที อาจส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อระบบหัวใจ ระบบสมอง ไต และกล้ามเนื้อ อาจทำให้อันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ช่วงฤดูร้อน หลายจังหวัดในประเทศไทยมีอุณหภูมิทะลุสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส อากาศที่ร้อนจัดทำให้เสี่ยงต่อโรคลมแดด ได้ง่าย
12 มิ.ย. 2024
ทำความรู้จักค่า BUN ค่าการทำงานของไตที่ผู้ป่วยโรคไตและมะเร็งควรรู้
ค่า BUN เป็นหนึ่งในค่าตรวจเลือดที่ช่วยประเมินการกำจัดของเสียของไต โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคไต ผู้ป่วยมะเร็ง และผู้ที่กำลังรับการรักษา อย่างไรก็ตาม ค่า BUN สูงไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งหรือมะเร็งกำลังเติบโตเสมอไป จึงต้องแปลผลร่วมกับค่า Creatinine, eGFR อาการของผู้ป่วย และผลตรวจอื่น ๆ โดยแพทย์
5 ก.ย. 2026
ลำไส้ไม่ดี... จุดเริ่มต้นของ “ภูมิแพ้” และ “ภูมิแพ้แฝง”
หลายคนอาจไม่รู้ว่า สุขภาพลำไส้มีความสัมพันธ์กับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เพราะลำไส้ไม่ได้มีหน้าที่เพียงย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งสำคัญของเซลล์ภูมิคุ้มกันอีกด้วย เมื่อระบบลำไส้ทำงานผิดปกติ อาจส่งผลต่อการย่อยอาหาร สมดุลจุลินทรีย์ และการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับอาการแพ้และการอักเสบในร่างกาย
8 ต.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy