6 พฤติกรรมดี ช่วยห่างไกลโรค NCDs
อัพเดทล่าสุด: 23 ส.ค. 2026
6 ผู้เข้าชม

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เป็นกลุ่มโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคและไม่ติดต่อจากคนสู่คน เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง และโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง แม้โรคเหล่านี้จะค่อย ๆ เกิดขึ้น แต่เราสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างสม่ำเสมอ
โรค NCDs มักสัมพันธ์กับพฤติกรรมและปัจจัยเสี่ยงที่สะสมเป็นเวลานาน โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่า การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม การไม่ออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์ เป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคกลุ่มนี้ ดังนั้น การเริ่มดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้จึงช่วยลดโอกาสเกิดโรคและภาวะแทรกซ้อนในอนาคตได้
ลดเวลานั่งและขยับร่างกายบ่อยขึ้น
หากต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน ควรลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถ ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ หรือเดินเบา ๆ ทุก 1 ชั่วโมง เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ลดอาการปวดเมื่อย และเพิ่มการใช้พลังงานระหว่างวัน
ลดหวาน มัน เค็ม เพิ่มผักและผลไม้
ควรลดอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง อาหารทอด ไขมันสูง อาหารแปรรูป และอาหารรสเค็มจัด พร้อมเพิ่มผักและผลไม้หลากสีในแต่ละมื้อ การปรับอาหารให้สมดุลช่วยควบคุมน้ำหนัก ระดับน้ำตาล ไขมัน และความดันโลหิตได้ดีขึ้น
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
ผู้ใหญ่ควรนอนหลับอย่างมีคุณภาพประมาณ 7–8 ชั่วโมงต่อวัน พร้อมเข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลา การพักผ่อนเพียงพอช่วยฟื้นฟูร่างกาย สมอง และระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงช่วยให้ควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมการรับประทานอาหารได้ดีขึ้น
ผ่อนคลายความเครียด
ความเครียดต่อเนื่องอาจส่งผลต่อการนอน ความดันโลหิต และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ควรหาเวลาทำกิจกรรมที่ชอบ เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ ทำสมาธิ ปลูกต้นไม้ หรือพูดคุยกับคนใกล้ชิด หากความเครียดรบกวนชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ผู้ใหญ่ควรมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ โดยสามารถแบ่งทำวันละประมาณ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน และควรเลือกกิจกรรมที่เหมาะกับสภาพร่างกายของตนเอง
งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์
บุหรี่และควันบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง และโรคทางเดินหายใจ ส่วนการดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพหลายด้าน การหลีกเลี่ยงหรือหยุดพฤติกรรมเหล่านี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการป้องกันโรค NCDs
เริ่มต้นดูแลสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ทำได้จริง ไม่จำเป็นต้องปรับทุกอย่างพร้อมกัน แต่ควรทำอย่างต่อเนื่อง พร้อมตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อค้นหาความผิดปกติและปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ระยะแรก เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มต้นได้จากพฤติกรรมของเราในทุกวัน

โรค NCDs มักสัมพันธ์กับพฤติกรรมและปัจจัยเสี่ยงที่สะสมเป็นเวลานาน โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่า การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม การไม่ออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์ เป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคกลุ่มนี้ ดังนั้น การเริ่มดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้จึงช่วยลดโอกาสเกิดโรคและภาวะแทรกซ้อนในอนาคตได้
ลดเวลานั่งและขยับร่างกายบ่อยขึ้น
หากต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน ควรลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถ ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ หรือเดินเบา ๆ ทุก 1 ชั่วโมง เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ลดอาการปวดเมื่อย และเพิ่มการใช้พลังงานระหว่างวัน
ลดหวาน มัน เค็ม เพิ่มผักและผลไม้
ควรลดอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง อาหารทอด ไขมันสูง อาหารแปรรูป และอาหารรสเค็มจัด พร้อมเพิ่มผักและผลไม้หลากสีในแต่ละมื้อ การปรับอาหารให้สมดุลช่วยควบคุมน้ำหนัก ระดับน้ำตาล ไขมัน และความดันโลหิตได้ดีขึ้น
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
ผู้ใหญ่ควรนอนหลับอย่างมีคุณภาพประมาณ 7–8 ชั่วโมงต่อวัน พร้อมเข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลา การพักผ่อนเพียงพอช่วยฟื้นฟูร่างกาย สมอง และระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงช่วยให้ควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมการรับประทานอาหารได้ดีขึ้น
ผ่อนคลายความเครียด
ความเครียดต่อเนื่องอาจส่งผลต่อการนอน ความดันโลหิต และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ควรหาเวลาทำกิจกรรมที่ชอบ เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ ทำสมาธิ ปลูกต้นไม้ หรือพูดคุยกับคนใกล้ชิด หากความเครียดรบกวนชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ผู้ใหญ่ควรมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ โดยสามารถแบ่งทำวันละประมาณ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน และควรเลือกกิจกรรมที่เหมาะกับสภาพร่างกายของตนเอง
งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์
บุหรี่และควันบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง และโรคทางเดินหายใจ ส่วนการดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพหลายด้าน การหลีกเลี่ยงหรือหยุดพฤติกรรมเหล่านี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการป้องกันโรค NCDs
เริ่มต้นดูแลสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ทำได้จริง ไม่จำเป็นต้องปรับทุกอย่างพร้อมกัน แต่ควรทำอย่างต่อเนื่อง พร้อมตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อค้นหาความผิดปกติและปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ระยะแรก เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มต้นได้จากพฤติกรรมของเราในทุกวัน
บทความที่เกี่ยวข้อง
วันมะเร็งเต้านมสากล "Wolrd Breast Cancer Day"
3 ต.ค. 2024
โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ ซึ่งผู้ป่วยอาจพบได้ทั้งภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำและภาวะน้ำตาลในเลือดสูง โดยแต่ละภาวะมีอาการแตกต่างกัน หากผู้ป่วยหรือคนใกล้ชิดสามารถสังเกตอาการได้ตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
25 ก.ค. 2026
นิ้วล็อค หรือ Trigger Finger เรื่องใกล้ตัวที่เกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย เป็นความผิดปกติของมือที่ไม่สามารถงอหรือเหยียดได้อย่างปกติ อาจเป็นนิ้วเดียวหรือหลายนิ้วโดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานในออฟฟิศ เนื่องจากคนกลุ่มนี้ต้องใช้นิ้วมือในการพิมพ์คีย์บอร์ด สมาร์ทโฟน หรือใช้ข้อมือขยับเมาส์คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ จึงมีโอกาสเป็นโรคนิ้วล็อคได้ เกิดจากการอักเสบหนาตัวของปลอกเอ็นกล้ามเนื้อที่นิ้ว ทำให้เอ็นและกล้ามเนื้อที่อยู่ภายในไม่สามารถยืดหดได้ตามปกติ นิ้วจึงเกิดการล็อค ไม่สามารถกลับมายืดตรงได้ตามปกติสาเหตุของโรคนิ้วล็อค การใช้งานของมือและนิ้วมือมาก ระยะเวลานาน หรือบุคคลที่ต้องทำงานโดยการกำมือแน่น ๆ เป็นประจำ จนทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มเส้นเอ็นงอนิ้วที่บริเวณฝ่ามือตรงตำแหน่งโคนนิ้ว ทำให้นิ้วขยับได้ไม่ดี งอข้อนิ้วมือแล้วไม่สามารถเหยียดกลับคืนได้เหมือนเดิม หรือรู้สึกเหมือนนิ้วถูกล็อคไว้
12 มิ.ย. 2024


