แชร์

ไตวาย ป้องกันไว้…ไม่ให้สายเกินแก้

อัพเดทล่าสุด: 7 ส.ค. 2026
46 ผู้เข้าชม

ไตวาย ป้องกันไว้…ไม่ให้สายเกินแก้
ดูแล 2 โรคยอดฮิต ลดความเสี่ยงไตเสื่อม
โรคไตเรื้อรังมักค่อย ๆ ดำเนินไปโดยไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก หลายคนจึงไม่รู้ว่าการทำงานของไตเริ่มลดลง จนกระทั่งเข้าสู่ระยะที่รักษาได้ยากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เป็น โรคเบาหวาน และ โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลอดเลือดและหน่วยกรองของไตเสื่อมเร็วกว่าปกติ

การควบคุมโรคประจำตัว ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมและตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ จึงช่วยชะลอความเสื่อมของไตและลดความเสี่ยงไตวายได้

1. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน หลอดเลือดขนาดเล็กภายในไตอาจได้รับความเสียหาย ทำให้ไตกรองของเสียได้ลดลง ผู้ป่วยเบาหวานจึงควรดูแลระดับน้ำตาลอย่างต่อเนื่อง โดย

ตรวจระดับน้ำตาลและค่า HbA1c ตามคำแนะนำของแพทย์
เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม ลดของหวานและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล
ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
รับประทานยาหรือฉีดยาตามแผนการรักษาอย่างสม่ำเสมอ
โดยทั่วไปอาจตั้งเป้าหมายค่า HbA1c ประมาณไม่เกิน 7% แต่เป้าหมายของแต่ละคนอาจแตกต่างกันตามอายุ โรคประจำตัว และดุลยพินิจของแพทย์



2. ควบคุมความดันโลหิต
ความดันโลหิตที่สูงต่อเนื่องจะเพิ่มแรงดันภายในหลอดเลือดของไต ส่งผลให้หน่วยกรองไตเสื่อมลง ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงควร

ตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ
ลดอาหารเค็ม อาหารแปรรูป และอาหารที่มีโซเดียมสูง
ออกกำลังกายให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย
ควบคุมน้ำหนักและพักผ่อนให้เพียงพอ
รับประทานยาลดความดันตามแพทย์สั่ง ไม่หยุดยาเอง

3. ระวังปัจจัยเสี่ยงอื่นที่ทำร้ายไต
นอกจากเบาหวานและความดันโลหิตสูงแล้ว พฤติกรรมบางอย่างอาจเร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น เช่น

ใช้ยาแก้ปวดบางกลุ่มติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยเฉพาะยากลุ่ม NSAIDs
ซื้อยาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรมารับประทานเองโดยไม่ทราบส่วนประกอบ
รับประทานอาหารเค็มจัดและอาหารไขมันสูงเป็นประจำ
ดื่มน้ำน้อยหรือปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำบ่อยครั้ง
สูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
มีภาวะอ้วน ไขมันในเลือดสูง หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด
ผู้ที่มีโรคไตหรือโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา อาหารเสริม หรือสมุนไพรทุกชนิด

4. ตรวจเร็ว รักษาได้ทันท่วงที
โรคไตในระยะแรกอาจไม่มีอาการ การตรวจคัดกรองจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ผู้สูงอายุ หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคไต

การตรวจอาจประกอบด้วย

ตรวจเลือดเพื่อประเมินค่าการทำงานของไต
ตรวจปัสสาวะเพื่อค้นหาโปรตีนหรือความผิดปกติ
ตรวจวัดความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือด
ประเมินปัจจัยเสี่ยงร่วมโดยแพทย์
ควรตรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือตามความถี่ที่แพทย์แนะนำ หากตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรก การรักษาและปรับพฤติกรรมอย่างเหมาะสมจะช่วยชะลอความเสื่อมของไตได้มากขึ้น

ดูแลวันนี้ เพื่อรักษาการทำงานของไตในระยะยาว
การป้องกันไตวายเริ่มต้นจากการควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิต ลดอาหารเค็ม หลีกเลี่ยงยาที่อาจทำร้ายไต และเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ อย่ารอให้มีอาการบวม เหนื่อยง่าย ปัสสาวะผิดปกติ หรือคลื่นไส้อาเจียน เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าไตเสื่อมมากแล้ว


บทความที่เกี่ยวข้อง
5 สัญญาณเตือน ใครเสี่ยงเบาหวาน? รู้ก่อน ป้องกันได้
โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ทันรู้ตัว โดยเฉพาะในผู้ที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือมีปัจจัยเสี่ยงบางอย่าง การสังเกตสัญญาณเตือนและเริ่มปรับพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคและภาวะแทรกซ้อนในอนาคต
10 ส.ค. 2026
แนวทางรับมือโรคเบาหวาน ปรับพฤติกรรมวันนี้ เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน
โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ หากควบคุมได้ไม่ดี อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อหัวใจ ไต ดวงตา เส้นประสาท และหลอดเลือด การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันจึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้อย่างยั่งยืน
31 ส.ค. 2026
6 เทคนิค ลดอาหารมัน ๆ ในชีวิตประจำวัน
อาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะอาหารทอด อาหารแปรรูป และอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวมาก หากรับประทานเป็นประจำอาจทำให้ร่างกายได้รับพลังงานเกินความต้องการ ส่งผลต่อน้ำหนัก ระดับไขมันในเลือด และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง การปรับวิธีเลือกและปรุงอาหารจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการดูแลสุขภาพ
2 ส.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy