แชร์

กลุ่มอาหารที่มีคุณสมบัติช่วยลดความเสี่ยงมะเร็ง

อัพเดทล่าสุด: 31 ก.ค. 2026
9 ผู้เข้าชม

กลุ่มอาหารที่มีคุณสมบัติช่วยลดความเสี่ยงมะเร็ง
การเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลายและมีประโยชน์ โดยเฉพาะผัก ผลไม้ ธัญพืช และสมุนไพร เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพที่อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง เนื่องจากอาหารเหล่านี้มีใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของร่างกาย



1. ผักตระกูลกะหล่ำ
ตัวอย่างอาหาร ได้แก่ บรอกโคลี กะหล่ำดอก และกะหล่ำปลี

ผักตระกูลกะหล่ำมีใยอาหาร วิตามิน และสารพฤกษเคมีที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ช่วยสนับสนุนกระบวนการกำจัดสารที่ไม่พึงประสงค์ออกจากร่างกาย และอาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร ลำไส้ และกระเพาะปัสสาวะ

2. ผัก ผลไม้ และธัญพืชที่มีกากใยสูง
ตัวอย่างอาหาร ได้แก่ ธัญพืช ข้าวซ้อมมือ ข้าวโอ๊ต ข้าวโพด ถั่ว และผักใบเขียว

ใยอาหารช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบขับถ่าย เพิ่มปริมาณกากอาหาร และช่วยให้อาหารเคลื่อนผ่านลำไส้ได้อย่างเหมาะสม การรับประทานอาหารที่มีกากใยเป็นประจำอาจช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่ รวมถึงส่งเสริมสุขภาพโดยรวมของตับและเต้านม

3. สมุนไพรและเครื่องเทศ
ตัวอย่างอาหาร ได้แก่ กระเทียม ขิง อบเชย พริกป่น และขมิ้น

สมุนไพรและเครื่องเทศหลายชนิดมีสารต้านอนุมูลอิสระและสารพฤกษเคมีตามธรรมชาติ ซึ่งอาจช่วยลดการอักเสบและปกป้องเซลล์จากความเสียหาย มีส่วนช่วยดูแลสุขภาพของกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร และลำไส้ใหญ่

ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยาละลายลิ่มเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานสมุนไพรเข้มข้นหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

4. ผักและผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีนและวิตามินเอสูง
ตัวอย่างอาหาร ได้แก่ แครอท ฟักทอง มะเขือเทศ มะละกอ ตำลึง มะระ และผักบุ้ง

เบต้าแคโรทีนเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ มีบทบาทในการดูแลเยื่อบุผิว ระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระ การรับประทานผักและผลไม้กลุ่มนี้อย่างเหมาะสมอาจช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่ กระเพาะอาหาร ตับ เต้านม และช่องปาก

5. ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง
ตัวอย่างอาหาร ได้แก่ ส้ม ฝรั่ง มะนาว สับปะรด และมะขาม

วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์ เสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น การรับประทานผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีเป็นประจำอาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งปอด กระเพาะอาหาร ช่องปาก และกระเพาะปัสสาวะ

รับประทานอย่างไรให้ได้ประโยชน์
ควรเลือกรับประทานผักและผลไม้หลากหลายสี รับประทานอาหารสดและปรุงสุกอย่างเหมาะสม ลดอาหารแปรรูป อาหารไหม้เกรียม เนื้อสัตว์แปรรูป เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ควบคู่กับการออกกำลังกายและตรวจสุขภาพ


บทความที่เกี่ยวข้อง
เช็กลิสต์สัญญาณเตือนโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม
มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยที่ผู้ป่วยอาจไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก บางคนอาจมีเพียงความผิดปกติเล็กน้อยเกี่ยวกับการขับถ่าย เช่น ท้องผูกบ่อยขึ้น ถ่ายไม่สุด หรือมีเลือดปนในอุจจาระ จึงทำให้เข้าใจว่าเป็นเพียงอาการของโรคริดสีดวงทวารหรือปัญหาทางเดินอาหารทั่วไป อย่างไรก็ตาม หากความผิดปกติเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง เป็นมากขึ้น หรือมีหลายอาการร่วมกัน ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุ เพราะการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนได้
25 ก.ค. 2026
5 วิธีดูแลปอด หายใจได้เต็มปอด ชีวิตแข็งแรงทุกวัน
ปอดเป็นอวัยวะสำคัญของระบบทางเดินหายใจ ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย การดูแลสุขภาพปอดอย่างสม่ำเสมอจึงช่วยให้เราหายใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจ และช่วยให้ร่างกายแข็งแรงในระยะยาว
1 ส.ค. 2026
 โรคหลอดเลือดสมอง   ปัจจัยเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงได้
โรคหลอดเลือดสมอง ปัจจัยเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงได้โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) คือ หรือเรียกว่าโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต เกิดจากสมองขาดเลือดไปเลี้ยงเนื่องจากหลอดเลือดตีบ หลอดเลือด อุดตัน หรือหลอดเลือดแตกส่งผลให้เนื้อเยื่อในสมองถูกทำลาย การทำงานของสมองหยุดชะงัก ส่งผลให้เกิดอาการต่างๆขึ้น อาการของโรคหลอดเลือดสมองสามารถพบอาการได้หลายรูปแบบ ขึ้นกับตำแหน่งของสมองที่เกิดการขาดเลือดหรือถูกทำลาย โดยอาการที่สามารถพบได้บ่อย ได้แก่- อาการอ่อนแรง หรือมีอาการอัมพฤกษ์ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย โดยมากมักเกิดกับร่างกายข้างใดข้างหนึ่ง เช่น ครึ่งซีกด้านซ้ายเป็นต้น- อาการชา หรือสูญเสียความรู้สึกของร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่ง เช่นเดียวกันกับอาการอ่อนแรงที่มักเกิดกับร่างกายครึ่งซีกใดครึ่งซีกหนึ่ง- มีปัญหาเกี่ยวกับการพูด เช่น พูดไม่ได้พูดติด เสียงไม่ชัด หรือไม่เข้าใจค าพูด- มีปัญหาเกี่ยวกับการทรงตัว เช่นเดินเซ หรือมีอาการเวียนศีรษะเฉียบพลัน- การสูญเสียการมองเห็นบางส่วน หรือเห็นภาพซ้อนอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ในบางกรณีอาจเกิดเป็นอาการเตือนเกิดขึ้นชั้วขณะหนึ่งแล้วหายไปเอง หรือเกิดขึ้นได้หลายครั้งก่อนมีอาการสมองขาดเลือดแบบถาวร เรียกว่าภาวะมีสมองขาดเลือดชั่วคราว(transient ischemic attack) ซึ่งพบได้ประมาณ 15%
12 ก.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy