แชร์

ผู้ป่วยเบาหวานสามารถรับประทานผลไม้รสหวานได้หรือไม่?

อัพเดทล่าสุด: 31 ก.ค. 2026
226 ผู้เข้าชม

ผู้ป่วยเบาหวานสามารถรับประทานผลไม้รสหวานได้หรือไม่?


ผู้ป่วยเบาหวานสามารถรับประทานผลไม้ได้ เนื่องจากผลไม้เป็นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างไรก็ตาม ผลไม้มีน้ำตาลตามธรรมชาติ หากรับประทานในปริมาณมากเกินความเหมาะสม อาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นได้

ดังนั้น ผู้ป่วยเบาหวานจึงควรให้ความสำคัญกับการเลือกชนิดของผลไม้ ปริมาณที่รับประทาน และการควบคุมอาหารโดยรวม เพื่อช่วยให้สามารถดูแลระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างเหมาะสม

ปริมาณผลไม้ที่แนะนำโดยประมาณ
ปริมาณผลไม้ 1 ส่วนอาจแตกต่างกันตามขนาด ชนิด และความหวานของผลไม้ โดยสามารถใช้แนวทางเบื้องต้นจากขนาดของผลไม้ได้ดังนี้

1. ผลไม้ขนาดเล็ก
ผลไม้ขนาดเล็ก เช่น ลิ้นจี่ สตรอเบอร์รี่ และองุ่น สามารถรับประทานได้ประมาณ 5–8 ผลต่อ 1 ส่วน

แม้ผลไม้จะมีขนาดเล็ก แต่หากรับประทานต่อเนื่องหลายผล อาจทำให้ได้รับน้ำตาลและพลังงานมากกว่าที่ควร จึงควรแบ่งปริมาณก่อนรับประทานและหลีกเลี่ยงการรับประทานจากภาชนะขนาดใหญ่โดยตรง

2. ผลไม้ขนาดกลาง
ผลไม้ขนาดกลาง เช่น ส้ม ชมพู่ และกล้วย สามารถรับประทานได้ประมาณ 1–2 ผลต่อ 1 ส่วน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของผลไม้แต่ละชนิด

ควรเลือกผลไม้สดที่ไม่ผ่านการเชื่อมหรือเติมน้ำตาล และไม่ควรรับประทานผลไม้หลายชนิดในปริมาณมากพร้อมกันภายในมื้อเดียว

3. ผลไม้ขนาดใหญ่
ผลไม้ขนาดใหญ่ เช่น มะม่วงและฝรั่ง สามารถรับประทานได้ประมาณ ครึ่งผลต่อ 1 ส่วน โดยควรพิจารณาขนาดและระดับความหวานร่วมด้วย

สำหรับมะม่วง ควรเลือกผลที่ไม่สุกจัดและควบคุมปริมาณเป็นพิเศษ เนื่องจากมะม่วงสุกมีรสหวานและอาจส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดได้มากกว่า

4. ผลไม้ที่รับประทานเป็นชิ้น
ผลไม้ขนาดใหญ่มากหรือผลไม้ที่นิยมตัดแบ่ง เช่น แตงโม สับปะรด และมะละกอ สามารถรับประทานได้ประมาณ 6–8 ชิ้นพอดีคำต่อ 1 ส่วน

ควรตัดแบ่งปริมาณให้ชัดเจนก่อนรับประทาน เพื่อช่วยลดโอกาสการรับประทานเกินความเหมาะสม

หลักการเลือกผลไม้สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
ควรเลือกผลไม้สดมากกว่าน้ำผลไม้ ผลไม้แปรรูป ผลไม้เชื่อม หรือผลไม้อบแห้ง เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจมีน้ำตาลเข้มข้นหรือมีการเติมน้ำตาลเพิ่มเติม

การรับประทานผลไม้ทั้งผลยังช่วยให้ร่างกายได้รับใยอาหาร ซึ่งอาจช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลได้ดีกว่าการดื่มน้ำผลไม้ นอกจากนี้ ควรกระจายการรับประทานผลไม้เป็นช่วง ๆ และหลีกเลี่ยงการรับประทานครั้งละมาก ๆ

การดูแลระดับน้ำตาลควรทำควบคู่กัน
นอกจากการควบคุมปริมาณผลไม้แล้ว ผู้ป่วยเบาหวานควรรับประทานอาหารให้ครบถ้วนและสมดุล ลดอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ควบคุมปริมาณแป้งและอาหารไขมันสูง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอตามความเหมาะสม รวมถึงตรวจติดตามระดับน้ำตาลในเลือดและรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์


บทความที่เกี่ยวข้อง
รู้จัก “ไต” และสาเหตุที่ทำให้เสื่อม ก้าวแรกสู่การดูแลสุขภาพไต
ไตเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยกรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากเลือด ควบคุมสมดุลน้ำ เกลือแร่ และความดันโลหิต แต่หลอดเลือดฝอยภายในไตมีความละเอียดอ่อน หากได้รับผลกระทบจากระดับน้ำตาลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง หรือการใช้ยาบางชนิดอย่างไม่เหมาะสม อาจทำให้การทำงานของไตลดลงอย่างต่อเนื่องได้
2 ก.ย. 2026
 โรคหลอดเลือดสมอง   ปัจจัยเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงได้
โรคหลอดเลือดสมอง ปัจจัยเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงได้โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) คือ หรือเรียกว่าโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต เกิดจากสมองขาดเลือดไปเลี้ยงเนื่องจากหลอดเลือดตีบ หลอดเลือด อุดตัน หรือหลอดเลือดแตกส่งผลให้เนื้อเยื่อในสมองถูกทำลาย การทำงานของสมองหยุดชะงัก ส่งผลให้เกิดอาการต่างๆขึ้น อาการของโรคหลอดเลือดสมองสามารถพบอาการได้หลายรูปแบบ ขึ้นกับตำแหน่งของสมองที่เกิดการขาดเลือดหรือถูกทำลาย โดยอาการที่สามารถพบได้บ่อย ได้แก่- อาการอ่อนแรง หรือมีอาการอัมพฤกษ์ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย โดยมากมักเกิดกับร่างกายข้างใดข้างหนึ่ง เช่น ครึ่งซีกด้านซ้ายเป็นต้น- อาการชา หรือสูญเสียความรู้สึกของร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่ง เช่นเดียวกันกับอาการอ่อนแรงที่มักเกิดกับร่างกายครึ่งซีกใดครึ่งซีกหนึ่ง- มีปัญหาเกี่ยวกับการพูด เช่น พูดไม่ได้พูดติด เสียงไม่ชัด หรือไม่เข้าใจค าพูด- มีปัญหาเกี่ยวกับการทรงตัว เช่นเดินเซ หรือมีอาการเวียนศีรษะเฉียบพลัน- การสูญเสียการมองเห็นบางส่วน หรือเห็นภาพซ้อนอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ในบางกรณีอาจเกิดเป็นอาการเตือนเกิดขึ้นชั้วขณะหนึ่งแล้วหายไปเอง หรือเกิดขึ้นได้หลายครั้งก่อนมีอาการสมองขาดเลือดแบบถาวร เรียกว่าภาวะมีสมองขาดเลือดชั่วคราว(transient ischemic attack) ซึ่งพบได้ประมาณ 15%
12 ก.ค. 2024
มะเร็งศีรษะและลำคอ รู้ทันอาการเตือน ลดความเสี่ยงก่อนโรคลุกลาม
มะเร็งศีรษะและลำคอสามารถเกิดขึ้นได้หลายตำแหน่ง ตั้งแต่ช่องปาก ลำคอ กล่องเสียง โพรงจมูก ไซนัส ไปจนถึงต่อมน้ำลาย อาการระยะแรกอาจคล้ายโรคทั่วไป เช่น คัดจมูก เสียงแหบ หรือเจ็บคอ แต่หากเป็นต่อเนื่องหรือผิดปกติข้างเดียว ควรรีบพบแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุ
27 ส.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy